สรุป 4 เทรนด์การหาคนปี 2018 คนแบบไหนที่ตลาดแย่งตัว!

ข้อมูลจากคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ชี้ให้เห็นว่า สังคมไทยในปี 2560 มีคนว่างงานสูงสุดในรอบ 7 ปี สอดคล้องกับข้อมูลจากสำนักเศรษฐกิจการแรงงาน ที่เปิดเผยว่า มีคนขอรับประโยชน์ทดแทนกรณีว่างงานเพิ่มขึ้น แต่ในทางกลับกันสิ่งที่เกิดขึ้นสวนทางกับกลายเป็นประชาชนในประเทศมีความสุขอันดับ 2 ของอาเซียน … เข้าสู่ปีจอ 2561 อย่างเป็นทางการกันแล้ว ตลาดมีการเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ทักษะใหม่ๆ ในตลาดก็เกิดขึ้นตาม ด้วยเหตุนี้เราจึงต้องรู้เทรนด์การงาน การหาคนปี 2018 ที่มีแนวโน้มว่ามีความมั่นคงและรายได้ดี เพื่อให้ Candidate และผู้อ่านทุกคนสามารถวางแผนอนาคตตัวเองให้ชัดเจนขึ้นว่า จะเบนเข็มไปทางไหน ตัดสินใจอย่างไรกับเรื่องการงานให้ส่งผลดีในระยะยาว เทรนด์การหาคนปีนี้ จะเป็น Guideline ให้ Candidate มองเห็นแนวทางการพัฒนาตัวเอง มุ่งมั่นในการทำงาน และมีความสุขไปด้วย

1. ยุครุ่งเรืองของปัญญาประดิษฐ์ THE RISE OF AUTOMATION
การเพิ่มขึ้นของระบบอัตโนมัติยังคงมาแรงอย่างต่อเนื่องและไม่มีทีท่าว่าจะหดหายไปจากโลกของเรา เจ้าหุ่นยนต์เพิ่มขึ้นจริงอยู่ แต่ตลาดก็ต้องการมนุษย์มาควบคุม ปรับแต่งระบบอีกเยอะจนกว่าเจ้าหุ่นยนต์จะกลายเป็นพนักงานแทนมนุษย์ได้อย่างไร้ที่ติ ยิ่งต้องการให้ความก้าวหน้าของปัญญาประดิษฐ์ (AI) แม่นยำขึ้น ชาญฉลาดขึ้นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งต้องการคนเข้ามาดูแลงานด้านนี้มากเท่านั้น แน่นอนว่าในปี 2018 เราจะได้เห็นหลายองค์กรเริ่มใช้ Chatbots ในการวิเคราะห์และให้ข้อมูลกับลูกค้าจากคำถามที่ถูกถามเข้ามาเป็นประจำ คนที่จะต้องมาดูแลพัฒนางานส่วนนี้และอัตราจ้างงานมาแรงกว่าทุกๆ สายงานคือ Web Developer และ Programmer เพราะไม่ว่าจะเป็นธุรกิจประเภทไหนก็ต้องมีเว็บไซต์เป็นของตัวเองทั้งนั้น การมาคนมาดูแลพัฒนาระบบจึงถือเป็นเรื่องที่มองข้ามไม่ได้และหนีไม่พ้น รวมไปถึง นักวิทยาศาสตร์ข้อมูล กำลังเป็นที่ต้องการอย่างมากในหลายองค์กรที่เล็งเห็นความสำคัญของการใช้ข้อมูล โดยเฉพาะอย่างยิ่งองค์กรที่มุ่งเน้นการใช้ Big Data ถือว่าเป็นอาชีพที่ค่อนข้างใหม่ในประเทศไทยและใช้ทักษะความรู้หลายศาสตร์อย่างมากทีเดียว

2. ศิลปะการเล่าเรื่อง THE ART OF STORY TELLING
การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตของคนไทยผ่านมือถือเฉลี่ยต่อวันนาน 8.8 ชั่วโมงต่อวัน ตลาดเปลี่ยนจาก Traditional เป็น Digital เกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ความต้องของตลาดสูงขึ้นเรื่อยๆ แต่ตลาดยังขาดแคลนบุคคลากรด้านนี้ถึง 85% ดังนั้น รู้เรื่องการตลาดออนไลน์ไว้ เข้าใจถึงแก่นลึกของการเสพโซเชียล ไม่ว่าจะตำแหน่งไหนที่เกี่ยวกับ Online Marketing ถือว่าได้เปรียบและถ้าคุณรู้วิธีถ่ายทอดสตอรี่สไตล์ออนไลน์ถือว่าดีเลิศ เพราะอะไร? … การเล่าเรื่องเพื่อสร้างแบรนด์เป็นสิ่งสำคัญ แค่ต้องสร้างให้เป็นเล่าเรื่องในสิ่งที่ผู้บริโภคอยากฟัง ไม่ใช่เล่าในสิ่งที่แบรนด์อยากบอก ต้องมีรูปแบบใหม่ๆ ให้ท้าทายคนดู มีการเล่าเรื่องแบบใหม่ๆ ที่ได้ใจทั้งแบรนด์ และผู้บริโภค ซึ่งคนที่ทำงานลักษณะนี้ได้ต้องเป็นคนที่มีทักษะ Creative สูง มีความเข้าใจใน Content marketing และ Lead generation หลายองค์กรลงทุนใน AI ไปเยอะ และส่วนมากก็จะมีนักการตลาดเข้ามาอยู่เบื้องหลังในของความสำเร็จทั้งนั้น

P2_Top_four_recruitment_trends_for_20180116_skillsolved_headhunter

3. RECRUITER/ HEADHUNTER ที่มาพร้อมความรู้ด้านไอที
ไม่ว่าจะเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่ ตลาดการจ้างงานก็ไม่เคยหยุดอยู่กับที่ อีกอาชีพที่น่าจับตามอง คือ Recruiter/ Headhunter คนที่เป็นตัวกลางระหว่าง ผู้สมัครกับองค์กร ให้ทั้งสองฝ่ายเจอกันและตรงกับความต้องการของทั้งสองฝ่ายที่สุด (จัดอยู่ในสายงาน HR) เพราะคนหายากขึ้นทุกวัน ถ้าบริษัทไหนไม่มีชื่อเสียง ไม่ดึงดูดคนจริงๆ ก็หาคนยาก เนื่องจากในปัจจุบันนี้มีบริษัทเปิดขึ้นใหม่งมากมาย ดังจะเห็นได้จากจำนวน Startup หน้าใหม่ต่างๆ ตอนนี้คนเลือกงาน ไม่ใช่งานเลือกคนเหมือนสมัยก่อน

หลักๆ ขั้นตอนการสรรหาคนในปัจจุบันมีอยู่แค่ 2 ประเภท คือ ออนไลน์และออฟไลน์ (เกิดจาก Word of Mouth, Connection หรือ Referral) ในวันนี้การจ้างงานอาศัยความก้าวหน้าของเทคโนโลยีเข้ามาอย่างเต็มตัว ข้อมูลเกี่ยวกับผู้สมัครพร้อมใช้งานบนเว็บไซต์ บางบริษัทมีการทดสอบ (Asesement) ทางจิตวิทยา การทดสอบบุคลิกภาพ สิ่งเหล่านี้แม่นยำและเข้ามามีบทบาทมากขึ้น โลกออนไลน์ยังยึดพื้นที่บทบาทสำคัญในกระบวนการจ้างงานไว้ในปีนี้ เทคโนโลยีปัจจุบันยังไปไกลถึง Face data เป็นเทคโนโลยีสแกนใบหน้า ประมวลผลออกมาได้เลยว่าหน้าใบและกริยาท่าทางระหว่างที่เราสัมภาษณ์นั้น ผู้สมัครมีแนวโน้วเป็นคนอย่างไร … ในฐานะคน Screen/ Match ทั้งสองฝั่ง นอกจากจะต้องคิดว่าจะทำอย่างไรให้ชีวิตของ Candidate ดีขึ้นได้บ้าง ถ้าคุณมีความรู้ด้านดิจิทัลบวกกับทักษะด้านความคิดสร้างสรรค์ คุณจะกลายเป็นคนที่ไม่ว่าเอเจนซี่ไหนก็อยากคว้าตัวไปทำงานด้วยแน่ๆ

4. COACH และ นักพัฒนาศักยภาพ
ถือว่าเป็นอาชีพใหม่รายได้ดียุคไทยแลนด์ 4.0 อย่างแรกเลยคนเราหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาด้านการงานมากขึ้น คนขยันหาความก้าวหน้า ไม่หยุดอยู่กับที่ทำให้เกิดอาชีพโค้ชต่างๆ ขึ้นไม่ว่าจะเป็น โค้ชส่วนเรื่องบุคลิกภาพที่ดี การพูดเพื่อดึงดูดลูกค้า พูดเพื่อให้ได้ใจลูกน้อง โค้ชผู้บริหาร โค้ชชีวิต การโค้ชให้เพจมียอดไลท์เยอะขึ้น สมัยก่อนถ้าไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียงจริงๆ ไม่สามารถเปิดคอร์สขึ้นมาสอนได้ แต่ปัจจุบันที่ใครก็สามารถเปิดเพจของตัวเอง มีช่องทางการติดต่อ ตอบกลับที่รวดเร็ว ไม่ว่าใครถ้ามีความมั่นใจและความรู้ที่เต็มเปี่ยมก็สามารถเป็นโค้ชออนไลน์ได้ทั้งนั้น โค้ชเหล่านี้ทำหน้าที่ให้คำปรึกษา ชี้แนะ ให้คำแนะนำในเรื่องต่างๆ ตามความเชี่ยวชาญ มีลูกค้าทั้งเป็นบุคคลและองค์กรต่างๆที่ต้องการเปลี่ยนมุมมองและสร้างทัศนคติด้านบวกแก่พนักงาน

Facebook Comments

Related Posts