ฤดูกาลย้ายงาน วันและเวลาที่ดีที่สุดในการหางานใหม่

สตรอเบอรี่ เริ่มสุกแก่ และเก็บเกี่ยวได้ในเดือนตุลาคม – เมษายน แต่เขาว่ามันจะให้รสชาติที่อร่อยที่สุดช่วงซัมเมอร์ เงาะ ทุเรียน มะม่วง เป็นผลไม้ที่ออกผลเดือนพฤษภาคม PepperMint Mocha ของสตาบัคส์เป็นเมนูที่มีเฉพาะช่วงฤดูหนาว ทุกอย่างมีฤดูกาลของมัน ฤดูกาลย้ายงานก็เช่นกัน … หลายคนมักจะสงสัยว่าช่วงไหนคือเวลาที่ดีที่สุดของปี ในการหางานหรือเลื่อนระดับอาชีพของตัวเอง เดือนไหนที่เหมาะที่สุดสำหรับการ Apply? และทำไมคนถึงคิดว่าเดือนมกราคมเป็นเดือนที่ดีที่สุดในการหางาน? ค้นหาคำตอบไปด้วยกันค่ะ

เดือนที่ดีที่สุดของฤดูกาลหางาน

เป็นเรื่องปกติที่ปลายปีคนไม่ค่อยลาออกเพราะรอโบนัสกัน ด้วยเหตุนี้จึงเป็นที่มาว่าทำไมคนหางานกันน้อยในช่วงเดือนธันวาคม หลายตำแหน่งจึงสะสมค้างไว้ในต้นปีถัดไป บวกกับเดือนมกราคมเป็นช่วงเวลาที่ Demand และ Supply ของตลาดแรงงานมาพบกันพอดิบพอดี องค์กรต่างๆ มีโครงการใหม่ๆ ซึ่งจะต้องมีพนักงานเพิ่มขึ้นเพื่อซัพพอร์ตตามแผนของบริษัท ไม่ว่าจะเพราะมีคนลาออก มีการเลื่อนตำแหน่ง มีการสร้างตำแหน่งงานใหม่ขึ้นมาก็แล้วแต่ ช่วงเดือนมกราคมเป็นช่วงที่งบประมาณบริษัทเพิ่ง Updated Budgets และ Sales Forecasts สดๆ ร้อนๆ ทำให้ Budget ในการหาคนยังหนาแน่น เป็นกอบเป็นกำ เป็นช่วงที่เปิดรับการเจรจาได้ดี 2 สิ่งนี้จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้หลายคนเข้าใจว่าต้นปีมักมีปริมาณงานมากกว่าช่วงอื่นๆ

แต่ข้อเสียที่ควรพิจารณา คือมกราคมเป็นเดือนที่ได้รับ Feedback ช้าที่สุด อย่าลืมว่าพนักงานส่วนใหญ่เพิ่งเดินทางกลับจากวันหยุด พวกเขาก็จะใช้เวลา 1-2 สัปดาห์ ในการจัดการ เซ็ตระเบียบ Workflow ใหม่ให้เข้าที่เข้าทาง กว่า HR จะเริ่มเปิดประวัติดูจริงๆ ก็กลางเดือนมกราคม และด้วยความที่ Budget ยังเยอะอยู่ทำให้บริษัทมีเวลาในการเฟ้นหาคนที่ดีที่สุด โดยไม่ได้เร่งรีบอะไร การตกลงจ้างงานปลงใจเซ็นต์สัญญาว่าจ้างจึงเกิดขึ้นช้ากว่าเดือนอื่นๆ

ถึงแม้ว่ามกราคมจะเป็นช่วงพีคที่สุดของการรับสมัครงาน และมักจะตกลงเริ่มงานกันในเดือนกุมภาพันธ์ แต่ก็มีหลายองค์กรที่เริ่มประกาศหาตั้งแต่กลางเดือนธันวาคม หรือช่วงก่อนปีใหม่ ถ้าอยากได้งานเร็ว เเนะนำให้เปลี่ยนช่วงเดือนธันวาคมไปเลย คุณอาจต้องแลกกับการบ๊ายบายโบนัสจากบริษัทเก่า แต่โอกาสในการได้งานใหม่ก็มีอยู่มากทีเดียว เพราะจะมีคู่แข่งน้อย ถ้าเป็นช่วงหลังปีใหม่ไปแล้วตัวเลือกของบริษัทจะมีเยอะ โอกาสที่จะได้ก็เเล้วความสามารถและดวงค่ะ

วันและเวลาที่ดีที่สุดในการสมัครงานใหม่

ผลการวิจัยจาก SmartRecruiters (ผู้จัดทำ Recruitment Software ให้บริษัทรายใหญ่ในแคนาดาและสหรัฐอเมริกา) ได้วิเคราะห์งานกว่า 270,000 งาน ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาเอาไว้ เพื่อศึกษาพฤติกรรมการหางานและการจ้างงาน จากผลลัพธ์แสดงให้เห็นว่างานส่วนใหญ่จะถูกโพสต์ในช่วงต้นสัปดาห์ (วันจันทร์) มีความเข้มข้นมากในวันอังคาร ซึ่งเป็นวันที่ได้รับ Application เยอะมากที่สุด และก็เป็นวันที่มีอัตราการตกลงจ้างงานสูงที่สุดด้วย

มีอะไรพิเศษในวันอังคาร? .. SmartRecruiters กล่าวว่า “ผู้สมัครที่กระตือรือร้นในการหางานและเตรียมตัวมาดี มีโอกาสได้งานมากขึ้น ยิ่งนายจ้างเห็นใบสมัครเร็วเท่าไหร่ยิ่งได้เปรียบ เพราะจะมีโอกาสถูกเรียกมาสัมภาษณ์ในวันถัดไป (วันอังคาร) และบ่อยครั้งก็จบลงที่การ Offer งานในวันนั้นเลย ข้อมูลยังแสดงให้เห็นถึงช่วงเวลา 11.00 น. เป็นช่วงเวลาที่นายจ้างโพสต์ตำแหน่งงานในช่องทางออนไลน์เยอะที่สุด แต่ผู้สมัครส่วนใหญ่จะเริ่ม Apply ประมาณ 2:00 น. ในช่วงบ่าย ดังนั้นเห็นได้ชัดว่าเวลาที่ดีที่สุดในการหาและสมัครงานคือวันจันทร์ ระหว่าง เวลา 11:30 น. ถึง 12:30 น.

2_Best_time_to_look_for_jobs_20171127_skillsolved_headhunter

ทันทีที่ตำแน่งงานถูกโพสต์เท่ากับการแข่งขันได้เริ่มขึ้นแล้ว! แต่เกือบร้อยละ 60 ของผู้สมัครเลือก Apply ภายในสัปดาห์แรกหลังจากที่งานถูกโพสต์ไปแล้วซึ่งไม่ใช่ข้อได้เปรียบเลย ยิ่งปล่อยเวลาให้ผ่านไปนานเท่าไหร่ โอกาสก็น้อยลงทุกที ใบสมัครคุณอาจจมอยู่ในกองเอกสารของนายจ้างที่ไม่รู้ว่าจะมีเวลาหยิบมันขึ้นมาดูเมื่อไหร่

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการสัมภาษณ์งาน

หลังจากถูกเรียกตัวให้ไปสัมภาษณ์ ถ้าทำได้ควรนัดเวลาในตอนเช้า จากการศึกษาของ Harvard School of Business พบว่าผู้สมัครที่ไปสัมภาษณ์ในช่วงบ่ายมักโดนเปรียบเทียบกับผู้สมัครคนแรกในช่วงเช้า หมายความว่าถ้า Candidate คนแรกได้คะแนนการสัมภาษณ์สูง Candidate คนต่อไปมีแนวโน้วการพิจารณาที่หินขึ้น เกณฑ์มาตรฐานสูงขึ้น ยิ่งถ้าคนแรกทำไว้ดีมาก สร้างความประทับใจให้คนสัมภาษณ์ จะกลายเเป็นเรื่องยากสำหรับผู้สมัครคนต่อๆ ไปแม้ว่าจะมีคุณสมบัติเท่าเทียมกันก็ตาม การจัดตารางการสัมภาษณ์งานในตอนเช้าจะช่วยให้คุณได้เปรียบคนอื่นเพราะยังไม่มีใครมาให้เปรียบเทียบ ตอนเช้าช่วงเวลาที่สมองสามารถทำงานได้ดีที่สุด คือ 10.00-11.00 น. มีความเป็นไปได้ที่คนสัมภาษณ์จะอยู่ในภาวะสมองสดใส และช่วยหลีกเลี่ยงอาการเหนื่อยล้าที่อาจเกิดขึ้นในช่วงบ่ายของคนสัมภาษณ์ได้ด้วย

ช่วงเวลารับสมัครงานมีฤดูกาลของมันจริงอยู่ แต่ “โอกาส” ไม่ได้มีฤดูกาลแต่อย่างใด เพราะเราไม่สามารถล่วงรู้หรือกำหนดได้ว่าโลกจะเหวี่ยงโอกาสดีๆ มาเจอเราอีกเมื่อไหร่ โอกาสดีๆ (สำหรับ Candidate) ไม่ได้มีอยู่หลังเงินโบนัส หรือเดือนมกราคมเท่านั้น แต่มีไว้ให้สำหรับคนที่ไม่ลังเลจะเริ่มต้นกับสิ่งใหม่ และคนที่พร้อมมากกว่า ใครจะรู้ว่าเราปล่อยโอกาสดีๆ ไปกี่ครั้งแล้ว เพียงเพราะคำว่า “รอ” และ “เสียดายเงินโบนัส” ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ควรคิดเยอะๆ ก่อนเปลี่ยนงานใหม่ เมื่อตัดสินใจแล้วก็ไปให้สุดทาง อย่าลังเลระหว่างทาง เพราะนั่นอาจทำให้คุณทำอะไรไม่สำเร็จเลยสักอย่าง

Facebook Comments

Related Posts