THE PEP TALK: เฉลิมเกียรติ อ้นเจริญ – นักออกแบบ ผู้ทิ้งรอยประวัติศาสตร์ไว้ในเมืองไทย


มาเป็นดีไซเนอร์ได้อย่างไร?

ผมจบวิศวะไฟฟ้ามาจาก มศว. เอ็นติดที่นั่นครับ ความจริงเลือกไว้ 3 อย่างนะ สถาปัตย์ มัณฑนศิลป์ โฆษณา พอเอาจริงๆ ดันไปติดวิศวะ แต่ระหว่างที่เรียนทำงานกราฟฟิกอย่างเดียวเลย งานอดิเรก งานจ้าง ก่อนเรียนจบก็รู้แล้วแหละว่าตัวเองต้องเป็น Graphic Designer ตัดสินใจทำตามความรู้สึกครับ เลยมาทำงานด้านนี้ หลังเรียนจบมาไม่เคยแตะงานวิศวะเลย แต่ไม่เคยเสียใจ หรือเสียดายเวลาที่เราไม่ได้ทำงานในสิ่งที่เรียนมา เพราะเราลึกๆ รู้มาตลอดว่าต้องการอะไรครับ


ทำไมรู้ว่าตัวเองไม่ชอบแล้ว ไม่ซิ่ว?

เพราะตอนนั้นยังไม่มีการเรียนการสอนแบบ Purely Graphic อย่างเดียว บ้านเราในสมัยนั้น มีแค่มัณฑนศิลป์ จิตรกรรม ประมาณนี้ล่ะ มันยังไม่มีตรงกลาง ตอนนั้นยังไม่มีอาชีพที่เรียกว่า Graphic Designer จริงๆ เลย คุณแม่ก็ขอให้เรียนไปก่อนให้จบ มันเป็นอารมณ์ว่า ก็เรียนได้ แต่ก็ไม่ได้ดีเด่นเว่อร์ ครึ่งๆ อ่ะ ระหว่างวิทย์กับศิลป์ วันที่เรียนจบ ผมบอกคุณแม่เลยว่า ไม่ขอทำงานวิศวะ เรียบจบแล้วก็เลยอยากทำตามที่ตัวเองต้องการบ้าง

Chalermkiat_oncharoen_thepeptalk_5_20170506_skillsolved_headhunter


จบไม่ตรงสาย

ปริญญาก็ไม่ได้ตรงกับอาชีพเลย เป็นอุปสรรคไหม?
แรกๆ คิดครับ คิดเลยว่าต้องมีวุฒิมีอะไรไปสู้กับคนอื่นเขา ในยุคนั้นงานออกแบบหนักไปทาง Printing ซะเยอะ สมัยนั้น Graphic Designer เค้าก็เรียกรวมๆ ว่าฝ่ายศิลป์ ยังไม่มีเว็บไซต์ไง ยุคผมจบมาเป็นช่วงเริ่มต้นของตลาดออนไลน์ คนก็ไม่รู้จะเอาวุฒิที่ไหนไปยื่น เพราะงั้นกลายเป็นว่า การรับสมัคร Graphic Designer ในตอนนั้นไม่ได้ให้ความสนใจว่าวุฒิตรงหรือเปล่า เค้าดูที่พอร์ต โชคดีที่ตอนที่มีเรียนอยู่พี่รับทำงานกราฟฟิกเรื่อยๆ เลยทำให้มีผลงานสะสมไว้


ตัดภาพมาปัจจุบัน ตอนนี้วุฒิกับพอร์ตสำคัญมากแค่ไหนกับวงการนี้?

ถ้าถามผม ผมไม่สนใจเลยสถาบันไหน วุฒิอะไร เกรดเท่าไหร่ ดูพอร์ตอย่างเดียว ดูเรื่องทักษะสำคัญสำหรับกราฟฟิก และทักษะในการบริหารจัดการตัวเอง การจบสถาบันชื่อดังมาไม่ได้มีอิทธิพลกับผม อันนี้ไม่ได้เหยียดนะ เป็นความคิดส่วนตัวจากที่ผมอยู่ตรงนี้ เด็กราชภัฏที่หลายคนชอบมองว่าไม่เป็นการเป็นงานเนี่ย เอาพอร์ตมาดูนี่ความสามารถก้าวกระโดด มหาลัยชั้นนำไปเยอะนะครับ ผมเจอแบบนี้บ่อยมาก จนตัดเรื่องของสถาบันออกไปเลย


ความ UNIQUE ของ เฉลิมเกียรติ อ้นเจริญ ในงานดีไซน์คืออะไร?

ผมเรียกสิ่งนี้ว่า Ego (ไม่ใช่ความเย่อหยิ่ง) นักออกแบบแต่ละคนจะมี Ego เป็นของตัวเอง ความที่ผมเริ่มต้นจากศูนย์ ไม่ได้เรียนสายอาร์ทมาเลย จุดเริ่มต้นมาจากงาน Commercial Arts เพราะงั้นมันหลากหลายมากเลย แต่สิ่งที่เด่น คือ Calligraphy (ภาษาไทย) ถ้าเป็นเรื่อง Look & Tone จะเป็นในเรื่องของการที่ผมสามารถจับเทรนด์ หรือกระแสในช่วงนั้นได้ แล้วเอามาประยุกต์กับงานของตัวเองครับ

Chalermkiat_oncharoen_thepeptalk_3_20170506_skillsolved_headhunter

ที่มาของโลโก้ “ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙”
วันที่ผมนั่งทำโลโก้ คือ วันที่รู้ข่าวร้ายเลยครับ มันเกิดมาจากความเศร้า ปีที่แล้วช่วงเดียวกันเลย คนใกล้ตัวผมเสีย ท่านเป็นคนรักในหลวงมาก พอในหลวงเสีย วินาทีนั้นผมคิดว่า ถ้าท่านยังอยู่ท่านจะเป็นยังไง .. ก็เลยนั่งคิดว่า อยากทำงานอะไรสักอย่างหนึ่งเป็นเครื่องเตือนตัวเองในอนาคต ถ้าวันหนึ่ง Facebook เตือนขึ้นมา วันนี้ เวลานี้ ช่วงชีวิตนึงเราเคยทำงานนี้ เราจะได้จำได้ว่า ณ ตอนนั้น เรารู้สึกแบบนั้นอยู่ เพราะอะไร เราอยากมีงานนี้เป็นเหมือนหลักไมค์ของชีวิต พอทำมาได้ช่วงนึงกลับรู้สึกว่า มันไม่ใช่ของเรา แต่เป็นของประชาชนทุกคน บางคนที่เค้าอยากแสดงออกเหมือนกัน แต่เค้าไม่รู้จะสื่อมันออกมาอย่างไร เลยตัดสินใจปล่อยโลโก้เป็นสาธารณะ ใครก็ได้สามารถโหลดใช้ได้ฟรี

โลโก้ GO VIRAL มาก
ถูกนำไปสกรีนตามสิ่งของต่างๆ เสื้อ สติ๊กเกอร์ นาฬิกา หมวก และอีกมากมาย สิ่งไหนที่เห็นแล้วชอบที่สุด และแปลกที่สุด?
ที่ชอบที่สุด .. ไม่ใช่สิ่งของนะ เป็นสถานที่ คือเค้าเอาไปโลโก้เราไปเพ้นท์ ที่ตลาดนัดเกษตร–นวมินทร์ ตามร้านอาหารก็มีที่เอาไปเพ้นท์ สวยดีครับ รอยสักก็มีเยอะ ตอนเห็นที่ขนลุกเลย มีคนเอาลายมือเราไปสัก ส่วนที่แปลกที่สุด ผมยังไม่เห็นนะ แต่มีคนมาขออนุญาติไปแกะสลักบนหินอ่อนแผ่นใหญ่ ภาพทุกวันนี้ก็เป็นอะไรตามที่คิดไว้ครับ อยากให้ทุกคนนำไปใช้ แล้วไปแสดงออกกันได้ นำไปใช้ให้เกิดรายได้ ทำมาหากินกันได้ ผมไม่ต้องการอะไรทั้งนั้น ไม่ต้องให้เครดิต ไม่ต้องเอ่ยชื่อ ขออย่างเดียว อย่าเอาไปทำเกินกว่าเหตุเท่านั้นเอง อย่าหากำไรจนเกินไป

Chalermkiat_oncharoen_thepeptalk_2_20170506_skillsolved_headhunter

บุคคลทรงพลังในการออกแบบมีใครบ้าง?
อืม .. ผมมีหลายคนนะ เพราะทำงานหลากหลายมาก แต่ผมชอบเสพ Fine Art ของซัลบาโด ดาลี (Salvador Dali) ศิลปินชาวสเปน งานเค้าจะออกแบบ Surrealist Painter ต้องใช้ความรู้สึก ดูแล้วอิน อีกคนหนึ่ง คือ พี่ ชม ชุมเกษียร (ศิลปินกราฟฟิตี้) ผมได้รับอิทธิพลมาจากเค้าเยอะทีเดียว ชอบการแสดงออกกับทัศนคติของเค้าครับ ในเหตุการณ์ๆ หนึ่งพี่ชมจะมีวิธีคิดอีกมุมหนึ่ง ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้วมันก็เรื่องธรรมดา แต่เรากลับมองข้ามไป

อนาคตของ GRAPHIC DESIGNER
จะต่างไปจากปัจจุบันอย่างไรบ้าง?
มันจะต่างแค่ปลายทาง .. คนที่จะมาเป็น Graphic Designer ต้นทางต้องเหมือนกันแน่ๆ อยู่แล้ว คือ ต้องมีความคิดสร้างสรรค์ ต้องเข้าใจในการวาดรูป ไม่ต้องวาดสวยด้วยนะ แต่ต้องเข้าใจ ที่เหลือเป็นเรื่องของ Tools หมดเลย ปลายทางตอนนี้อาจจะตอบโจทย์เรื่องเว็ปไซต์ วันนึงที่เทรนด์เว็ปไซต์ตกไป มีสิ่งใหม่เข้ามา เราก็ต้องเรียนรู้สิ่งนั้นใหม่ แล้วเอา 2 สิ่งหลักเข้ามาประยุกต์ (Creative & Drawing)

ปัจจุบันมี SOURCE หาตัวอย่างงานออกแบบ ในโลกออนไลน์เยอะ
คิดว่ามันเป็นข้อดี หรือข้อเสียสำหรับนักออกแบบ?
การเข้าถึงข้อมูลง่ายเป็นข้อดี แต่เราต้องระวัง เพราะเรากำลังอยู่กับข้อมูลกลุ่มเดิมๆ ทำให้เวลาจะออกแบบอะไรบางอย่าง เราติดภาพนั้นในหัว เป็นข้อดีในปัจจุบัน แต่จะเป็นข้อเสียในอนาคต เพราะเราไม่สามารถหนีกรอบเดิมๆ ได้ ผมเชื่อว่า New Idea จริงๆ ไม่มีแล้ว มีแต่การ Adapt มาเรื่อยๆ เทรนด์เก่ายังกลับมาอินใหม่ได้เลย มนุษย์ทุกคนทนอยู่กับอะไรนานๆ ไม่ได้หรอก ไม่งั้นเราไม่เกิดสิ่งที่เรียกว่าแฟชั่น อย่าง Apple เองยังมีการเบื่อตัวเองเลย เมื่อก่อนใช้แค่สีขาวดำ หลังๆ มาเริ่มมีสีสันขึ้น ถามว่าเป็นข้อดีมั้ย มันดีสำหรับตอนนี้ อีกหน่อยพอคนเริ่มเบื่อ ก็อยากได้อะไรที่แตกต่างออกไปอยู่ดี

Chalermkiat_oncharoen_thepeptalk_4_20170506_skillsolved_headhunter

อีก 5-10 ปี ข้างหน้า คิดว่าจะมีอาชีพใหม่อะไรในวงการออกแบบ?
อาชีพดีไซเนอร์เป็นอาชีพที่อิงตามเทคโนโลยี อย่างเมื่อก่อนยังไม่มีเว็ปไซต์ ก็ยังไม่มีอาชีพ Website Designer วันนี้คุ้นละ เริ่มมี Mobile Application Developer ดีไซเนอร์ต้องเข้าไปเกี่ยว พอวันนึงมีเทคโนโลยี Mapping ฉายภาพ Animation บนตึก ก็มีอาชีพด้าน Motion โผล่เข้ามา คำตอบที่ 1 ต้องดูว่าเทคโนโลยีเดินไปทางไหน

คำตอบที่ 2 คือ Creative Coach ในอนาคตทุกคนจะทำกราฟฟิกได้ด้วยตัวเองหมด เพราะโปรแกรมมันง่ายขึ้น ใครก็ทำได้ สิ่งที่กำลังจะเป็นปัญหาตามมา คือ ความเป็นครีเออีพ จากอาชีพ Creative กลายเป็น Creative Coach ไม่ได้เป็นคนลงมือออกแบบเอง แต่เป็นคนแนะนำ ช่วยออกไอเดียให้ เป็นที่ปรึกษาด้าน Artworks ทำนองนี้ครับ

คำแนะนำสำหรับคนที่อยากส่ง RESUME สมัครงานสายนี้
อยากเตือนคนที่แต่งเติมจะล้น Graphic Designer จะดูกันออกว่าคนนี้เป็น คนนี้มีของ บางคนเห็นแค่โปรไฟล์แว้บเดียวเท่านั้น แต่เรารู้เลยว่าคนนี้น่าสนใจมาก ไม่ต้องใส่หมดจะเยอะเกิน ส่วนคนที่ยื่น Traditional Resume มาคือไม่ผิดนะ แต่พี่จะเกิดคำถามว่าส่งเข้ามาสมัครตำแหน่ง Graphic Designer นี่ไม่อึดอัดตัวเองเหรอ? คุณอยากจะพรีเซ้นตัวเองให้คนๆ นึงดู แต่มันไม่มีอะไรในนั้นเลย ธรรมชาติของ Graphic Designer มันคงทนไม่ได้ ต้องมานั่งพิมพ์เป็นข้อๆ ไร้สีสัน ไร้ความรู้สึก

Facebook Comments

  • Share this post

Related Posts