THE PEP TALK: “สูตรรัก” และ “สูตรงาน” กับ คุณกวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ (LINE THAILAND)

ความรักเป็นหนึ่งในรากฐานของความสำเร็จในอนาคต เวลาที่เราต้องการทำอะไรให้ออกมาให้ดีสักอย่าง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งไหน เราต้องใช้ความรัก การทุ่มเท การดูแลเอาใส่ใจ ในด้านการงานเองก็เช่นกัน จะประสบความสำเร็จได้ ย่อมต้องเกิดมาจาก “Passion” ในสิ่งที่เราทำก่อนตามด้วยความพยายาม ความอดทน ในเดือนแห่งความรัก SkillSolved ชวนคุณกวิน ตั้งอุทัยศักดิ์ ชายหนุ่มที่ประสบความสำเร็จ (Content Business Director ของ LINE Thailand) มาสนทนาว่าด้วยเรื่อง “สูตรรัก” และ “สูตรงาน”

นิยาม “สูตรรัก เพื่อการงานที่ดี” ของคุณกวินคืออะไร?
ผมคิดว่าเรื่องการทำงาน เรื่องความรักก็คือ “Passion” ถ้าเกิดคุณมี Passion ในการทำอะไรก็ตามคุณก็ทำได้สำเร็จ ผมคิดว่าตรงนี้เป็นอะไรที่สำคัญมากสำหรับใครหลายๆ คนในการที่จะค้นคว้าตัวเองเรื่องอาชีพตัวเอง เรื่องการทำงานว่าตัวเองชอบอะไรถึงมาจบ “Passion” รวมกับ “Curiosity” 2 ตัวนี้เป็นอะไรที่สำคัญมากๆ ผมถือว่าเป็น Definition ของความรักในการทำงาน

อะไรก็ตามที่ทำแล้วที่ทำให้เรารู้สึกว่า “ทำแล้วอิน” หมายความว่าคุณจะทำงานอยู่ในสายอะไรก็ตาม ถ้าเกิดคุณเข้ามาถึงมี Experience แต่คุณไม่มี Experience ด้านนี้ แต่ถ้าคุณสร้าง Passion สำหรับสิ่งที่คุณทำอยู่ คุณก็จะสร้างความสามารถ ความรู้ และความลึกเข้าในในสายงานนั้นโดยเป็นธรรมชาติเอง

ก่อนหน้านี้ผมเองก็ไม่เคยอยู่ใน Content Industry ผมมาจาก Banking, Consulting และได้มีโอกาสเข้ามาใน LINE ช่วงแรกๆ ดูในเรื่องของ Strategy ภาพรวมและ New Service ใหม่ๆ แล้วในปีที่ผ่านมาได้ย้ายมาทีม Content ซึ่งตัวผมเองใหม่มา แต่สิ่งที่สำคัญก็คือ เมื่อเข้าไปถึง Get The Most Exposure ทางด้านสายงานนี้ ศึกษาให้มากที่สุดแล้วก็ถามคำถามตลอดเวลา จากเมื่อก่อนที่ไม่รู้เรื่อง Content เลย ตอนนี้ก็ยิ่งทำให้มความสนใจขึ้นมากๆ

มุมมองที่ได้หลังจากเข้ามาดำเนินตำแหน่งใน ROLE ใหม่
และอยากบอกเล่าให้คนที่คุณรัก
คนรักของผมก็ถือว่าเป็นภรรยากับลูกแล้วกันนะครบ ความจริงแล้วมันน่าจะตรงข้ามกับคำถาม เพราะทางภรรยาผมเป็นคนที่ดู Content มากมายอยู่แล้ว จากนั้นเขาก็จะมาเล่าให้ฟังเสมอว่า Content ที่ดีมีอะไรบ้าง แต่สิ่งที่สำคัญจากการเข้ามาดูแลด้าน LINE TV (ฟรีวีดีโอแพลตฟอร์มของไลน์), LINE Today (เกี่ยวกับข่าว) ผมก็พูดคุยกับภรรยาตลอดครับว่าสิ่งที่เขาชอบหรือไม่ชอบใน LINE TV กับ LINE Today มีอะไรบ้าง จะได้กลับมาเป็น Feedback ให้กับทีม เพื่อทำให้บริการของเราดีขึ้น

Dr_Kawin_Tangudtaisak_2_thepeptalk_02180213_skillsolved_headhunter

บางครั้งต่อให้เราค้นพบแล้วว่าตัวเองชอบอะไร มันจะมีช่วงเวลาหมดไฟบ้าง
มีวิธีคิดยังไงให้หลงรักงานที่ตัวเองทำอยู่เรื่อยๆ?
ส่วนใหญ่ผมจะคิดว่าการทำงานเป็น “Journey” มากกว่า การที่เราเห็นทุกอย่่างเหมือนการเดินทาง แปลว่าการเรียนรู้มันไม่เคยหมดไปสักที ถ้าเราเริ่มรู้สึกเบื่อ เริ่มไม่มีอะไรทำแล้วให้เราพยายามศึกษามันไปเรื่อยๆ คุยคนให้ได้มากที่สุดเพื่อจะได้เพิ่ม Perspective ของเราเกี่ยวกับสายงานนั้นๆ ให้มากขึ้น เพราะบางทีเราเผลอคิดว่าโลกมันมีอยู่เท่านี้ แต่ความจริงมันเลนส์อีกมากมายที่เรายังไม่รู้ ยกตัวอย่างเช่น การสร้างคอนเท้นต์ มันไม่ได้มีแค่ว่าเราจะทำให้ยังไงให้คอนเท้นต์ออกมาดี

หรือการจายออกไปในที่ๆ มี User base ที่กว้าง ยังมีเรื่อง Content Marketing จะทำยังไงให้คนรู้จักคอนเท้นต์ของเราดี มีด้าน Product เวลาที่คนเข้ามาในแพลตฟอร์มของเราแล้วต้องทำยังไงให้คนหาคอนเท้นต์ดีๆ ของเราเจอ นอกจากนั้นยังมีเรื่อง Operation, Process ต่างๆ ทุกอย่างสำคัญหมดในการจัดการเพื่อทำให้คอนเท้นส์ออกมา อีกเรื่องคือการที่ไลน์เป็น Advertising Platform การที่เราจะตั้ง Target Audience ของเราก็ต้องเข้าใจเรื่อยๆ เหมือนกัน ลูกค้าของเราไม่ใช่แค่ Content Partner, Audience แต่ยังมี Advertiser ด้วย ดังนั้นเราต้องพยายามทำให้สอดคล้องกับความต้องการของทุกกลุ่มให้ได้มากที่สุดด้วย

กลุ่มคนทำงาน เสพคอนเท้นต์กันแบบไหน?
กลุ่มคนทำงานเป็นกลุ่มที่ใหญ่นะครับ ตั้งแต่ 20 – 60 เลย 70 ก็ยังมีอยู่ ซึ่งพฤติกรรมในการดูคอนเท้นต์มันก็แตกต่างกันพอสมควร บางกลุ่มก็ยังดูทีวีเป็นหลัก แต่สำหรับวัยรุ่น Online Platform เป็นช่องทางหลักที่พวกเขาเลือกใช้ เนื่องจากมันดูเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่ต้องกลับบ้านมาเปิดดูจะอยู่ที่ไหนเมื่อไหร่ก็ดูได้ LINE TV กับ LINE Today ก็มีคอนเท้นต์ที่หลากหลายเพราะแต่ละคนมีสไตล์ที่ไม่เหมือนกัน แต่สิ่งหนึ่งที่คนให้ความสนใจกันหมดคือพวก Drama Content กับ Entertainment แต่จะทำยังไงให้คอนเท้นต์มีความแตกต่างและหลากหลายมากขึ้นเป็นโจทย์ของไลน์ในปีนี้พอสมควร เพราะเราชื่อว่า Online Platform Two Way Communication

ส่วนใหญ่ชอบ Drama คอนเท้นต์ ถ้าในเชิงการเยี่ยมบริษัท เคล็ดลับต่างๆ เพื่อการเติบโตในองค์กร
คิดว่าเทรนด์ของคอนเท้นต์พวกนี้คนจะให้ความสนใจไหม?
ผมมีศึกษาด้านว่าไลน์จะเข้าไปช่วยธุรกิจพวก Startup, SME ให้เติบโตขึ้นได้อย่างไรบ้าง แต่กลุ่ม SME ยังเป็นกลุ่มที่ค่อนข้างเล็กอยู่ แต่ก็มี Specific Interest ในด้านคอนเท้นต์อยู่ ซึ่งเราก็มองอยู่ว่าจะหาคอนเท้นต์ที่ช่วยให้ความรู้กับคนทั่วไปมากขึ้น แต่ถ้าเราจะสร้างได้คือต้องทำให้เป็นทั้ง Education + Entertainment เพื่อสร้างจุดสนใจ ตัวอย่างที่ดีก็คือ Startup Star ที่เราได้ร่วมมือกับ TV Thunder และ Rise Academy เพื่อเปิดให้คนเข้าใจความท้าทายทางโลกของ Startup และโอกาสต่างๆ มากขึ้น จากโค้ชหลายๆ คนที่จะช่วยสร้างธุรกิจของตัวเองขึ้นมาให้สำเร็จ

Dr_Kawin_Tangudtaisak_4_thepeptalk_02180213_skillsolved_headhunter

LINE ถือเป็นอีกหนึ่งจุดหมายที่ดึงดูด High-Performing Graduate ให้อยากเข้ามาร่วมงาน
CAREER PATH ของทีม CONTENT ที่นี่เป็นอย่างไร
ผมอาจจะพูดถึงภาพรวมของ LINE มากกว่า เพราะว่า Career Path ของทีม Content Business ก็ไม่ได้แตกต่างจาก LINE ภาพรวม การที่จะเข้ามาทำงานที่ไลน์มีอย่างหนึ่งที่ต้องคำนึงถึงการที่ไลน์เองไม่ได้เป็นองค์กรแบบ Traditional เหมือนองค์กรไทยใหญ่ๆ หลายที่ ในเรื่องการทำงาน หรือ Hierarchy ถือว่า Flat มากๆ สิ่งที่เราให้คือ Opportunity Exposure ในการได้ทำงานได้ลุยแล้วได้เห็นผลของสิ่งที่ตัวเองทำได้เร็วมากๆ เทียบไม่มีบริษัทไหนที่มีโอกาสให้สร้างอะไรขึ้นมาแล้วส่งผลถึงคน 40 กว่าล้านคนในภายประเทศ ภายในเวลาไม่กี่เดือน

แต่ว่าสิ่งที่เราต้องทำความเข้าใจในรูปแบบของลำดับชั้นแบบ Flat โครงสร้างก็จะไม่ค่อยมีเหมือนกัน ความหมายว่าเมื่อทุกคนเข้ามาถึง บทบาทก็คือลุย ไม่ใช่เข้ามาถึงบอกว่าตัวเองเป็นพนักงานระดับล่าง ทำได้แค่เรื่องที่อยู่ในกรอบ เขียนเอกสาร ทำ Research อยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่ได้มีบมบาทมากกว่านี้ ความเป็นจริงคืออยู่ที่นี่จะได้ทำทุกอย่าง ถ้าคนที่เข้ามาอยากจะเข้ามาเพื่อได้ตำแหน่งสูงๆ ความต้องการตรงนี้ ไลน์อาจจะไม่มีองค์กรที่เหมาะสมของคุณ ตำแหน่งที่คุณได้คุณอาจจะมองว่ามันแค่นี้ แต่สิ่งที่คุณจะได้คือ Exposure

อะไรคือ KEY ATTITUDE ที่ทำให้คุณกวินเลือกคนเข้ามาทำงานด้วย?
กลับไปจุดเดิมที่คุณต้องมี “Passion” รวมกับ “Curiosity” คุณไม่จำเป็นต้องมี Technical Knowledge มาก่อน แต่ถ้าคุณโชว์ “Passion” ออกมาให้เราเห็นว่าคุณอยากเรียนรู้สายงานที่เกี่ยวกับ Content จะเป็นพื้นฐานแรกที่ผมคิดว่าสำคัญที่จะทำงานออกมาได้ดี ส่วนที่สองที่สอดคล้องกัน “Curiosity” คือคุณไม่ใช่แค่อินอย่างเดียว แต่คุณออกไปศึกษา ออกไปค้นคว้าตลอดว่าสิ่งที่คุณคิดว่าสนใจ ไส้ในของมันมีอะไรบ้าง คนอื่นทำอะไรบ้าง ทำไม Industry ออกมาหน้าตาแบบนี้ ทำไมคนนี้ทำแล้วสำเร็จ อีกคนไม่สำเร็จ มันมีสูตรอะไรที่หยิบมาประยุกต์ใช้กับองค์กรเราเองได้

ลูกทีมของคุณกวินมีอยู่กว่า 40 คน มีเคล็ดลับการดูแลลูกทีมอย่างไร?
ผมว่าดูแลยังไงก็ไม่ทั่วถึงอยู่แล้ว แต่เรามี Team Lead ที่ดูแลแต่ละส่วนอยู่แล้ว ซึ่งพวกเขาก็ทำหน้าที่เป็น Leader ให้น้องๆ ได้พอสมควร แต่สำหรับตัวผมเอง สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ Environment ถ้าเกิดการตัดสินใจต่างๆ Direction จะต้องมาจากผมมันคงไม่ไหว สภาพแวดล้อมจึงมีความสำคัญที่ทุกคนเองต้องมีความรู้สึกว่ามีโอกาสในการตัดสินใจเองได้ คิดเองลุยเองได้ มีโอกาสที่จะเรียนรู้ความผิดพลาด ความถูกต้องได้เหมือนกัน ผมคิดว่าจดนี้เป็นตัวช่วยผลักดันทีมได้ดีที่สุด

Dr_Kawin_Tangudtaisak_3_thepeptalk_02180213_skillsolved_headhunter

เห็นอะไรในวงการ ONLINE CONTENT อีก 5 ปีข้างหน้า?
และคาดหวังว่าอยากเห็นสิ่งไหน?
Online Content ภาพรวมตอนนี้ถูกสร้างมากจาก Producer หลักๆ ไม่กี่เจ้า ถ้าเกิดเราดูในอดีตก็จะพบว่ามีช่องทีวีไม่กี่เจ้า มีแมกกาซีนไม่กี่เจ้า แต่ตอนที่เราก้าวมาสู่โลกออนไลน์คอนเท้นต์ การมา Distribute คอนเท้นต์เป็นอะไรที่ง่ายขึ้นเยอะ คุณไม่จำเป็นต้องมีทีวี ไม่ต้องมีโรงพิมพ์ คุณแค่ปล่อยออกมาบนอินเตอร์เน็ท ดังนั้น Content Producer จึงวงกว้างขึ้น จากผู้ผลิตทีวีและข่าวไม่กี่เจ้า ตอนนี้มีเป็นร้อย พวก End User ก็มีโอกาสสร้างคอนเท้นต์ดีๆ ขึ้นมาเองได้ ใช้ความคิดสร้างสรรค์ของเขาออกมาแข่งขันกับเจ้าใหญ่ๆ ได้เหมือนกัน ผมเชื่อว่าเราจะเห็น Creative Content มากขึ้น

ในอนาคตไลน์จะมีโอกาสพัฒนาไปเป็นเหมือน Youtube
ให้ USER โพสต์วีดีโอของตัวเองไหม?
ตรงนี้เรามีศึกษาเรื่อยๆ การที่เราอยู่ในแพลตฟอร์มที่เปิดให้คนเข้ามาโฆษณากับเรา ความสำคัญของการที่เราต้องแน่ใจว่าคอนเท้นต์นั้นเป็นคอนเท้นต์ที่ดีที่ถูกต้องเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ทางไลน์จึงยังเชื่อมันอยู่ว่าการเลือกกรอกก่อนเป็นสิ่งที่ต้องทำ ไม่ใช่ใครเข้ามาอัพโหลดอะไรก็ได้ เพราะว่าการที่เอาแบรนด์ของลูกค้าไป Tie In กับคอนเท้นต์ของ เราให้ความสำคัญมากว่าต้องเป็นคอนเท้นต์ที่เหมาะสม

แต่นอกจากนี้เราก็เปิดโอกาสให้คนเข้ามามีส่วนร่วมอีกช่องทาง ก็คือตัว LINE Sticker เป็นธุรกิจที่เติบโตเรื่อยๆ มี Demand สูง เราเปิดให้ Creator สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่ โดยจะมีทีมกลางที่คอยดูแลเรื่องต่างๆ อยู่ ซึ่งตอนนี้มีเป็นล้านชุดให้คนเข้าไปเลือกโหลดครับ

office_line_thailand_1_thepeptalk_02180213_skillsolved_headhunter

สิ่งที่อยากจะให้แง่คิดไว้กับ STARTUP หลายๆ แบรนด์ในการทำ ONLINE CONTENT
หลักๆ ต้องคิดถึง Audience ของเราก่อนว่าเราพยายามจะเจาะใคร ความต้องการของเขาคืออะไร ช่องทางในการ Deliver Message แบบไหนเหมาะสมกับเรามากที่สุด อย่างฝั่ง LINE Today ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับข่าว เราก็มีข่าวที่เป็น Text Image-Based เยอะพอสมควร เนื่องจากกลุ่มคนอ่านมีอายุสักนิดหนึ่ง แต่ในปีที่ผ่านมาเราก็พยายามจะเจาะกลุ่มที่เด็กลงเรื่อยๆ หลังๆ เราเลยโฟกัสเรื่อง Video Content กับ Infographic มากขึ้น

ถ้าต้องเขียนบทความสักเรื่อง UNIQUE VOICE ของคุณกวินจะเป็นอย่างไร?
ผมเป็นคนที่ไม่น่าจะเขียนบทความเก่งเท่าไหร่ แต่ผมสังเกตว่าช่วงหลังคอนเท้นต์ที่ดีเกิดจากการอิงถึงเรื่องจริงแล้วมาดัดแปลงเพื่อทำให้น่าสนใจมากขึ้น ใจส่วนตัวเริ่มสนใจ Documentary Serie เหตุผลหลักๆ คือ เรื่องดราม่า เรื่องซีรี่ย์เป็นอะไรที่คนไทยชอบอยู่แล้ว แต่จะทำยังไงให้เราสามารถให้ความรู้กับคนโดยที่เห็นได้จากเรื่องจริง ไม่ใช่การเสพคอนเท้นต์แบบไร้เป้าหมาย ให้คนสามารถเรียนและเอนเตอร์เทนไปได้ในเวลาเดียวกัน

Facebook Comments

  • Share this post

Related Posts