• THE PEP TALK: กับดักความคิดสร้างสรรค์

    ไอเดียดีๆ ไอเดียเจ๋งๆ ระดับโลกไม่ใช่เรื่องไกลตัว อยู่ใกล้ตัวมาก ใกล้แค่ประมาณขน แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นและมองเลยไป

    interviews | By LIN

     

    มีวิธี Unlock Creativity ยังไง?

    ถ้าอยากจะปลดปล่อยพลังความคิดสร้างสรรค์ สำหรับผมนะ ผมเน้น Input ตัวเองเยอะ ก่อนจะคิดอะไรบางอย่างออกมาได้ นั่นหมายความว่าคุณจะต้องเห็นอะไรมามากพอเหมือนกัน พอเรามี Input แน่นอนว่ามันจะมี Output ออกมา ถ้าเราอยู่เฉยๆ มันจะ Unblock ได้ยังไง ถ้าอยากจะได้ข้อมูลเพื่อสังเคราะห์ออกมา แน่นอนว่าเราจำเป็นต้องมี Input ทุกเรื่องเลย ผมเองก็เสพทุกเรื่อง ตั้งแต่ต่ำสุดจนสูงสุด ดูเพื่อให้รู้ว่าโลกมันเกิดอะไรขึ้นบ้าง วันหนึ่งถ้าเราดูแล้วขยันคิดพอ สนุกกับการคิดพอ เดี๋ยวมันจะสังเคราะห์อะไรบางอย่างออกมาเอง

     

    ถ้าเราไม่ได้ Input อะไรเลย มันทำให้เราเกิดความเบื่อหน่าย ไม่ Creative ไหม?

    ถ้าไม่ได้ Input ความหมายคือคุณเหมือนจะเป็นเจ้าชายนิทรา นอนเป็นผัก ไม่มีอะไรเข้ามาในสมองเลย ถ้าเรามีการสังเกตในการใช้ชีวิตแต่ละวัน มันก็เป็น Input แล้วนะ ในความรู้สึกผมตั้งแต่ทำงานครีเอทีฟมา ไอเดียดีๆ ไอเดียเจ๋งๆ ระดับโลกไม่ใช่เรื่องไกลตัว อยู่ใกล้ตัวมาก ใกล้แค่ประมาณขน แต่คนส่วนใหญ่มองไม่เห็นและมองเลยไป พอมีบางคนที่เขาคิดได้กับไอเดียที่มันใกล้ตัว มันก็เลยโดนพอดี เพราะมันมีปัจจัยร่วมกับคนทุกคน เป็นประสบการณ์ร่วม เวลาใครบางคนที่คิดอะไรดีๆ ได้ คนส่วนใหญ่ที่เสพงานนั้นก็จะรู้สึกว่า โห ใช่เลยว่ะ นั่นมันเรานี่ เราเคยผ่านมาแล้วเหตุการณ์นี้ แสดงว่าไอเดียดีๆ มันอยู่ตรงนี้แหละ

    ถ้ายกตัวอย่างให้เห็นภาพ เรามีโอกาสได้คุยกับคนที่ครีเอท The Voice ครับ และมันเป็นเรื่องที่ Amazing มาก เรารู้สึกว่า The Voice เป็นรายการระดับโลกเลยนะ หลายประเทศเอาไปผลิต แต่ปรากฎว่าไอเดียจริงๆ ไม่ได้เกิดจากคนที่เป็นครีเอทีฟ หรือไม่ได้เกิดจากคนที่เป็น Creator ไอเดียจริงๆ เกิดจากเด็กเล่นเปียโนคนหนึ่งที่ผับที่เนเธอร์แลนด์ มีคนขึ้นมาร้องเพลง ทำไมร้องเพราะจังวะ ขอหันไปดูหน้าหน่อยซิ แล้ววันนั้นเขาก็เอาไอเดียเล่าให้ Creator ฟัง พอไปถึงจุดนั้น Creator ที่ฉุกคิดก็จะฉุกคิด That’s a big idea เขารู้สึกทันทีแล้วหยิบตรงนี้มาปั้นเป็นเก้าอี้ รอบ Blind Audition

     

    คุณเอาชนะความน่าเบื่อในที่ทำงานยังไง?

    เชื่อว่า Creativity อะไรเกี่ยวกับความคิดไม่มีสูตรตายตัว วิธีของผมอาจจะไม่ใช่สูตรสำเร็จด้วยซ้ำ ทุกคนอาจจะมีวิธีของตัวเอง สำหรับผม จะพยายามไม่อยู่กับที่ ตอนที่เราเพิ่งได้เป็นครีเอทีฟที่นี่ เราก็ไม่ได้มีเงินมากมาย เบื่อ คิดไม่ออกเราก็จะนั่งรถเมล์ทั่วกรุงเทพเลย เพื่อที่จะ Get in touch with people เราอยากรู้จริงๆ ว่าคนสนุกกับอะไร คนอยู่กับอะไร อยู่ตรงไหน คนเขาชอบอะไร มันก็เหมือนไปเที่ยว นั่งรถเล่น นั่งคิดไปเรื่อย เห็นอะไรก็จดใส่สมุด อีกเรื่องที่ชอบมากที่สุดคือการเดินทาง เวลาเดินทางต่างประเทศจะเป็นช่วงที่ผมคิดอะไรได้เยอะเลย ตั้งแต่นั่งอยู่บนเครื่องบิน รู้สึกมีสมาธิมาก พอลงไปก็ได้เจออะไรใหม่ๆ ถ้าเราอยากแก้เบื่อ ง่ายๆ คือต้องไม่นั่งอยู่ที่เดิม

     

    คุณมีวิธีช่วยคนในทีมให้พวกเขามีความคิดสร้างสรรค์กันได้มากขึ้นยังไงบ้าง?

    ผมอาจจะถอยกลับไปพูดเรื่องเดิม ทุกวันผมจะ Input ให้น้องๆ เยอะเหมือนกัน เรียกน้องมานั่งโต๊ะผม แล้วผมก็จะเปิดอันนี้ให้ดู ผมชอบอันนี้นะ อันนี้ดีนะ ดู Logic เวลาคิดดิ อันนี้คิดดีมากเลย แน่ๆ ว่ามันจะฝึกนิสัยน้องเฮ้ย พี่ดูอันนี้ยัง อันนี้เจ๋งมากเลย พี่ดูเอ็มวีนี้ยัง มันตลกมากเลย มันเป็น Viral นะ เขาจะรู้สึกเองว่าสนุก แต่ละคนก็จะหาว่าวันนี้มันมีอะไรใหม่ ทุกคนก็จะอ๋อ โอเค มันมีอะไรแบบนี้นี่เอง ไม่งั้นเราก็จะทำอะไรแบบ Routine ไปเรื่อยๆ TV มันก็ Routine อยู่แล้ว คนทำ TV ที่ดีคือคนที่ทำอะไรไม่เป็น Routine ไม่งั้นเทป 1 เทป 2 เทป 3 ก็เหมือนกัน รายการตายแน่นอน ดังนั้นหนีจากเรื่องพวกนี้ก็คือกลับไปเรื่องเดิม ดูเยอะๆ ดูเข้าไปเรื่อยๆ เอาไอ้นั่นมาบวก เอาไอ้นี่มาบวก

    อีกเรื่องหนึ่งก็คือในหลายๆ รายการของเรามีไปถ่ายต่างประเทศบ้าง ผมก็จะใช้โอกาสตรงนั้นในการพาน้องๆ ไป เพราะเรารู้สึกว่ามันเป็นโอกาสที่ดี เขาจะได้ชาร์จแบตเขาด้วย เผื่อไปเจออะไรก็คุยกันได้ เชื่อว่าครีเอทีฟมันเป็นเรื่องของ Energy ที่ต้องขับเคลื่อนไปข้างหน้าเรื่อยๆ ถ้านั่งอยู่กับที่ มันจะเป็นไปได้ยังไงที่จะมีอะไรใหม่เข้ามาในชีวิต ถ้าคุณไม่ออกไปดูไม่ออกไปเห็นมันจริงๆ เพราะฉะนั้นต้อง Input เข้าไปเยอะๆ เพื่อสร้าง Habit ให้กับทีม

     

    การมี Bias ทำลายความคิดสร้างสรรค์หรือการตัดสินใจของคุณไหม?

    ในฐานะ Creator เราก็จะรู้สึกชอบ อันนี้โดนแน่ นี่ก็ Bias ไปนิดนึงแล้ว เพียงแต่ว่าเรื่องทั้งหมดทั้งปวง พอเราโตขึ้นเรื่อยๆ ประสบการณ์มันก็จะสั่งสอนเราเองว่าที่รู้สึกมันไม่ใช่หรอก ก็ทำด้วยการที่เราคิดอะไรบางอย่างได้ เราจะทำการ Test มันทันที พอ Test มันเสร็จ สิ่งที่เราอยากได้คือเก็ตฟีดแบ็กเร็วๆ เช่น สมมติเราคิดรายการ Quiz โชว์ขึ้นมาอันนึง เราก็จะเล่นกับน้องๆ นี่แหละ เล่นแล้วก็ถ่ายเล่นกันบ้าง พอถ่ายเสร็จก็จะให้น้องคนอื่นๆ มาดูว่าชอบไหม ซึ่งตรงนั้นเป็นวินาทีที่สำคัญมาก เด็กอาจจะสบถออกได้เลยว่า แม่ง น่าเบื่อ ซึ่งก็ต้องขอบคุณคำว่าน่าเบื่อนี้ ไม่งั้นเราก็จะ Produce เราชอบของเราเอง คิดว่าโดนแน่ โดยไม่สนเสียงข้างๆ เลย ในขณะที่ TV มันเป็นแมส ซึ่ง ณ วันนี้ TV มันก็ยิ่งยาก Segment เยอะไปหมด คนชอบไม่เหมือนกัน ออนไลน์ก็เป็นแบบหนึ่ง TV ก็แบบหนึ่ง การเก็ตฟีดแบ็กเร็วๆ ผมว่าน่าจะดี ไม่งั้นเราก็จะ Bias กับตัวเองไปเรื่อยๆ ซึ่งนั่นก็คือการฆ่าตัวตาย

     

    คุณเอาชนะปัญหาความล้มเหลวในการสื่อสารยังไง?

    Creative เป็นเรื่องยากอยู่เหมือนกัน เราทำงานอยู่บนสิ่งที่ทุกคนอาจจะไม่เคยเห็น เกมนี้มันเล่นแบบนี้หรอวะ มันจะมีทั้งคนเชื่อเรา และไม่เชื่อเรา เวลาเรามีรายการใหม่ ผมเองจะเป็นคนที่โดนซักฟอกมาก เวลามีใครสักคน Doubt ขึ้นมา ทางเดียวที่คุณควรทำคือใจเย็นๆ แล้วค่อยๆ อธิบาย ค่อยๆ นวดไปเรื่อยๆ ว่าทำไมเราถึงคิดแบบนี้ขึ้นมา คุณไม่มีทางจะหนีคนนั้นไปได้เลย ต่อให้เราเป็นบอสก็พูดไม่ได้นะว่า ทำไมน้อง พี่จะเอาแบบนี้ สิ่งที่ทุกคนสงสัยเป็นเรื่องที่ดีหมด เพราะว่าแน่ๆ คือเขากำลังช่วยปิดแผลให้เราอยู่ เป็นโมเมนต์ที่ดีมากเวลาเราทำงาน มันจะต้องเกิดการ Challenge กันขึ้นเวลาเราคิด ถ้าเราพูดคนเดียวแล้วทุกคนทำตาม ไม่เสนอฟีดแบ็กของตัวเอง เราก็อาจจะไม่เจอรอยรั่วก็ได้

    มีอยู่ครั้งหนึ่งเรากำลังจะถ่ายแฟนพันธุ์แท้ ผมก็คิดเกมขึ้นมาเกมนึง เราก็รู้สึกว่ามันสนุกมากเลย สนุกจริงๆ นะ แต่ทุกคนก็สงสัยว่ามันจะทำได้หรอ เราก็ใช้เวลาอธิบาย ทั้ง Debate ทั้งคุยกันเรื่องแผนการถ่าย เชื่อว่าผมพูดเรื่องนี้ไปประมาณ 10 รอบ พูดไปเรื่อยๆ ย้ำไปเรื่อยๆ น้องมันก็ อ๋อ ได้พี่ ลองดูพี่ เริ่มเห็นแล้ว เราเองก็ต้องเชื่อว่าไอเดียเรามันก็ดีเหมือนกันนะ แล้วก็นวดมันไปเรื่อยๆ ห้ามใช้อารมณ์เด็ดขาด เล่า 1 2 3 ผ่านไปห้ารอบก็เล่า 1 2 3 ยังไม่เข้าใจอีกหรอ งั้น 1.1 ละเอียดไปอีก 1.2 ยังไม่เข้าใจอีกหรอ งั้น 1.1.1 แล้วถามใหม่ว่าเข้าใจรึยัง นวดไปเรื่อยๆ ไม่งั้นทีมมันก็จะไม่เป็นทีม เรารู้ว่าเราทำงานยากด้วย เราก็ต้องพยายามสื่อสารให้ได้จริงๆ

     

    ‘ลักษณะนิสัยของครีเอทีฟที่ประสบความสำเร็จ’ สำหรับคุณเป็นยังไง?

    ถ้าให้เล็งได้ คนนั้นต้องขี้เล่นก่อน คำว่าขี้เล่นคือดูเป็นมนุษย์ที่มีความหลากหลายในตัวเอง เหมือนเราไปพันธุ์ทิพย์ ใครจะไปคิดว่าชั้นล่างขายกางเกง 20 บาท ชั้น 2 ขายต้นไม้ ชั้น 3 เช่าพระเฉยเลย ชั้น 4 ขายคอม เป็นห้างได้ยังไง แต่คนชอบมาก ไปที่เดียวครบเลย ได้ทุกอย่าง แน่ๆ คนที่เป็นแบบนั้นจะเป็น First Priority ของเรา Creative บางคนมี Hobby เยอะ ไอ้นั่นก็รู้ ไอ้นี่ก็รู้ รู้อะไรหลากหลาย แต่ในขณะที่อีกคนเล่นแต่ Facebook อีกคนตื่นมาเช็คบาสก่อนเลย เข้า NBA เสร็จก็เช็คข่าว สักพักเล่น ROV เย็นๆ ไปเตะบอล ในความรู้สึกเรา คนนี้ดูหลากหลาย เราก็จะสนใจคนนี้

    เดี๋ยวนี้ผมเปลี่ยนวิธีกับ HR ผมไม่สนใบสมัคร ถามคำถามนิดเดียว แล้วก็ให้เขียนมาสองหน้า แค่เขียนนิดเดียวรู้เลย มันเห็นความตั้งใจ เห็น Passion เขาออกในตัวหนังสือ เขียนแล้วลอยมาเลย อ่านแล้วดีเราก็เรียกคนนี้มาสัมภาษณ์ เรารู้สึกว่าคนที่หลากหลาย คนที่ใฝ่รู้เยอะแยะในสายครีเอทีฟน่าจะเป็นคนที่ประสบความสำเร็จในอนาคต

     

    สมัยนี้ใครก็เรียกตัวเองว่า “Creative Content Creator” ได้
    สำหรับคุณแล้ว ใครถือว่าเป็นครีเอทีฟที่เรียกได้ว่าสร้างสื่อสมัยใหม่อย่างแท้จริง?

    เราเป็นสายความรู้นิดนึง ชอบลงทุนแมน เป็นคนเทนต์ที่ดี ที่เหลือก็แนวตลกโปกฮา เสือร้องไห้ ล้างตู้เย็น เราไม่ได้เป็นแฟนหรือเข้าไปดูซะหมด ก็ดูผ่านหน้า Feed บ้าง เราจะรู้ว่าคนนั้นคนนี้ทำคอนเทนต์ทางนี้

    ตอนนี้ก็มีลูกสองแล้ว เรายังรู้สึกเลยว่าพ.ศ.นี้คอนเทนต์มันน่ากลัว ถ้าวันหนึ่งมันมีแต่คอนเทนต์เลเวลล่างลงไปเรื่อยๆ สังคมเราก็จะน่ากลัวไปเรื่อยๆ มันเป็นแพล็ตฟอร์มที่ใครจะทำอะไรก็ได้ ขอบเขตลิมิตของมันอยู่ตรงไหน ทำไมถึงมีคนมาไลฟ์ฆ่าตัวตาย มันดีกับใคร แต่ปรากฎว่าคอนเทนต์แบบนั้น Engagement มหาศาล ความที่มัน Open มันก็มีทั้งข้อดี และไม่ดี ใครจะมาจำกัด ถ้าเป็นไปได้ กับเด็กๆ รุ่นใหม่ก็อยากให้มันเป็น Knowledge Sharing ในรูปแบบใหม่จะดีกว่า สนุกไปวันๆ ก็ทำได้ เอาไอ้นี่ยัดใส่ก้นเพื่อนก็ฮาระเบิดก็ถ่ายกันไป แต่ถามว่าได้อะไร คุณอาจจะได้ยอดวิว แต่สังคมไม่ได้อะไรนะ เราก็รู้สึกว่าเรา Mind เรื่องนี้พอสมควร

    บางทีทำงานเสร็จแล้ว แต่ผลลัพธ์ที่ออกมากลับไม่เป็นแบบที่ต้องการ ไม่ว่าจะขัดเกลา แก้ไขยังไงก็ยังรู้สึกไม่พอใจกับมันอยู่ คุณรับมือกับช่วงเวลาที่จิตใจว้าวุ่น หรือคิดงานไม่ออกอย่างไร?

    รู้สึกว่าถ้ามันผ่านมือเราแล้วจริงๆ ความหมายคือมันสุดแล้ว ใจเรายิ่งกว่าร้อย ถ้ามันจะเฟล ไม่สำเร็จเหมือน ปริศนาฟ้าแลบ เหมือน The Mask Singer เราจะตอบตัวเองแค่ว่า คนดูเปลี่ยนไปอีกแล้ว แสดงว่าเราต้อง Find out ใหม่ ที่แน่ๆ เราตอบตัวเองได้ว่าเราไม่เคยโกงคนดูเลย เราดูทุกเม็ดเลยก่อน On Air เราให้ 100 เปอร์เซ็นต์ ก็เลยไม่รู้สึก Guilty เท่าไหร่ เราจะรู้สึกว่า ทำไมไม่ใช่วะ แล้วเราจะรีบ Find out ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมคนคนถึงไม่ชอบเทปนี้วะ แล้วเราก็จะรีบหาทันที ทุกวันนี้ยิ่งง่ายที่เราจะเก็ตฟีดแบ็ก เรามี Real-time Feedback จาก Facebook Live แล้วเราค่อยมาวิเคราะห์ เรารู้สึกแค่ว่าเราเต็มที่กับมันแล้ว ถ้าคนดูไม่ชอบก็รีบแก้ ถ้ามันไม่ได้จริงๆ ก็หยุดมันเถอะ แล้วเราก็เก็บพลังมาทำใหม่

     

    มีอะไรอยากจะฝากถึงเด็กๆ ที่เขาอยากจะเป็น Creative Professional ในอนาคตบ้าง?

    อยากฝากอย่างนี้ครับว่า จังหวะที่เราเป็นเด็ก เราไม่ได้คิดถึงเรื่องเงินเลย เราคิดถึงแค่ว่า องค์กรนี้โคตรเก่ง Workpoint มีแต่คนเก่ง มีแต่พี่ที่คิดได้ดีมาก รายการดังมาก เราอยากเป็นแบบคนนั้น จะทำยังไงวะ เป้าเรามีแค่นี้เลย เรื่องเงินถามว่าอยากได้ไหม ใครๆ ก็อยากได้ แต่เราอยากรู้มากว่าทำยังไงเราถึงจะเป็นแบบคนนั้นได้ ทำยังไงเราถึงจะไปขั้นนั้น เป้าหมายตอนที่เราจบมาไม่คำนึงถึงเรื่องเงิน แต่เราอยากเป็นแบบนั้น เราก็เลยทำทุกอย่างที่คนนั้นทำ คุณทำอะไร เราทำแบบนั้น และเราจะทำมากกว่าด้วย เราก็เลยกลายเป็นเด็กที่โตเร็วจริงๆ เพราะว่าเราทำอะไรแบบนั้นเร็วมาก

    พอมาถึงวันนี้ เราก็อยู่ในขั้นที่เป็นผู้ใหญ่หน่อย ได้มีโอกาสสัมภาษณ์น้องๆ และเราก็รู้สึกว่าเป็นเรื่องที่น่าตกใจในระดับหนึ่ง เด็กส่วนใหญ่ ณ วันนี้ถามเราว่า เงินเดือนสตาร์ทเท่าไหร่ ก่อนที่จะถามเราว่าที่นี่จะมีโอกาสให้หนูทำอะไรเยอะแยะใช่ไหมคะ หนูจะได้พัฒนาตัวเองขึ้นไหม เลยอยากฝากกลับไป ช่วงที่มันเป็น Early Job ต้องลืมเรื่องเงินไปเลย แต่ต้อง Make Sure นะว่าที่ที่คุณอยู่เป็นที่ที่สามารถทำให้คุณเก่งได้ คุณต้องดูดความเก่งจากที่ที่ให้โอกาสคุณเข้าไปอยู่ให้ได้ ต้องเห็นตรงนั้นก่อนที่จะเห็นเงิน เห็นโอกาสที่จะทำให้คุณเก่งขึ้น ไม่ใช่ว่าไปอยู่ตรงนั้นเพื่อแค่เงินมันเยอะ คุณก็จะได้เงินแค่ช่วงนั้น หลังจากนั้นคุณจะไม่ได้เพราะคุณไม่เก่ง แล้วผ่านไปสัก 3 ปี 5 ปี เด็กใหม่ที่เข้ามาจะเก่งกว่าคุณ และ ณ วันนั้นคุณจะตาย ถ้าคุณคิดแบบนี้

    ถ้าเป็นไปได้ให้พยายามทำงานให้เต็มที่ ใช้โอกาสที่คุณมีอยู่ในทุกที่ที่คุณทำงานให้เต็มที่ เรียนรู้เอาให้เก่งให้ได้ แล้ว ณ วันนั้นทุกสิ่งทุกอย่างมันจะตามมาเอง

     

    About The Author

    LIN

    Facebook comments

    More from SkillSolved