อ่านความคิด CEO: 5 STEPS เอาชนะหุ่นยนต์ในยุคดิจิตอล

คุณน่าจะเห็นข่าวผ่านตาบ้างแล้วเกี่ยวกับอิทธิพลของยุคดิจิตอล อย่างข่าวที่กลายเป็นประเด็นร้อนแรงพักหนึ่ง เมื่อธนาคารไทยพาณิชย์ หรือ SCB ประกาศ “ลดจำนวนพนักงาน” มากกว่า 10,000 คน และจะ “ลดสาขา” กว่า 700 สาขา โดยลดลงอย่างมีนัยสำคัญภายในเวลา 2 – 3 ปีข้างหน้า และไม่ใช่แค่ธุรกิจการธนาคาร การเงินเพียงเท่านั้นที่ได้รับผลกระทบ บริษัทผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่อันดับ 3 อย่าง DTAC ก็กำลังลดจำนวนพนักงานลง 1,000 คนภายในปีนี้เช่นกัน

ความจริงที่เราไม่อาจปฎิเสธิได้ คือ เทคโนโลยี, ปัญญาประดิษฐ์ (AI), Machine Learning, หรือหุ่นยนต์เครื่องจักรต่างๆ สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ทำให้ข้อผิดพลาดต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้จาก Human Errors ลดน้อยลง และสามารถทำงานได้ดีกว่ามนุษย์ซะอีก โลกพาเรามาอยู่จุดที่หนังอย่าง I Robot กำลังจะกลายเป็นความจริงที่มนุษย์ต้องเผชิญหน้า (I Robot เป็นหนังแสดงให้เห็นว่าหุ่นยนต์ใช้ชีวิตร่วมกับมนุษย์ และสำหรับบางอาชีพหุ่นยนต์สามารถทำงานแทนมนุษย์ได้เลยซะด้วยซ้ำ!) และในฐานะ Headhunter อย่างผม ผมจะมาแชร์ 5 สเต็ปที่ช่วยให้คุณเอาชนะหุ่นยนต์และอยู่รอดได้ในยุคดิจิตอลได้ครับ!

P2_CEO’S THOUGHTS_20180220_Skillsloved_headhunter

ขั้นตอนที่ 1: ประเมินทักษะปัจจุบันของคุณ

ถามตัวเองว่าคุณได้เรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ในปีที่แล้วหรือไม่? แล้ว 6 เดือนที่ผ่านมาล่ะ? สมมติว่าคุณเป็น Marketing Manager (ผู้จัดการฝ่ายการตลาด) คุณต้องตอบได้ว่าอะไรคือทักษะใหม่ที่จำเป็นต้องมีในตลาดปัจจุบัน? คำตอบที่ชัดเจนกว่าคำตอบไหนๆ คือการทำ Digital Marketing (ตลาดออนไลน์ / โซเชียลมีเดีย)

หากคุณเป็นเพียงนักการตลาดแบบดั้งเดิมที่รู้จักเฉพาะช่องทางออฟไลน์เท่านั้น (เช่น ทีวี, บิลบอร์ด, หนังสือพิมพ์, วิทยุ, การจัดอีเว้นท์ ฯลฯ ) มันไม่มีทางพอ! เพราะช่องเหล่านี้กำลังจะตายไป หรือตายไปแล้วบ้าง และเป็นเรื่องยากที่จะวัด ROI (ผลตอบแทนจากการลงทุน)กลับมา เช็คตัวเองดูอีกทีครับ ในยุคนี้ที่ใครๆ ก็หันมา Online เต็มรูปแบบ ถ้าคุณเป็นนักการตลาดที่ไม่รู้จักการทำออนไลน์ขั้นพื้นฐาน เช่น Boost Post ใน Facebook, การใช้ Google AdWords, หรือการฝังโค้ดลงในเว็บไซต์ เพื่อตรวจจับข้อมูลแล้วนำมาวิเคราะห์ คุณอยู่ในภาระเสี่ยงแน่นอน ไม่ต้องสืบ!

ทบทวน Job Function ของเราแล้วถามตัวเองว่า ถ้ามีหุ่นยนต์เข้ามาแทนที่เรา หุ่นยนต์จะทำงานได้ดีกว่าไหม และจะส่งผลดีต่อธุรกิจที่ทำอยู่หรือไม่? ถ้าใช่ งานคุณก็มีความเสี่ยง ไม่เว้นแม้แต่งานที่อาศัยทักษะสูงๆ เงินเดือนสูงๆ

เช่น Sales Trader ในวงการ Financial Services หุ่นยนต์เริ่มเข้ามายึดครองพื้นที่งาน โดยมีการซื้อขายด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (algorithm) ที่สามารถประมวลผล และช่วยตัดสินใจได้อย่างอัตโนมัติว่าควรทำการซื้อขายเครื่องมือทางการเงินเมื่อไหร่ เพราะอะไร ระบบคอมพิวเตอร์ทำให้สามารถหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดได้เกือบ 100% และที่สำคัญระบบคอมพิวเตอร์สามารถกำจัดอารมณ์ของมนุษย์ที่เข้ามาเกี่ยวข้องในการตัดสินใจการลงทุน หากเทคโนโลยีสามารถทำงานได้ดีกว่าบทบาทปัจจุบันของคุณ คุณจำเป็นต้องมีทักษะเพิ่ม นี่คือ “ไฟต์บังคับ”

ขั้นตอนที่ 2: ประเมินอุตสาหกรรมปัจจุบันของคุณ

สายงานของคุณมีความเสี่ยงอะไรบ้าง? จะเห็นได้จากข่าวที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ อุตสาหกรรมด้านการเงินกำลังถูกคุกคาม (disrupt) คุณเคยคิดบ้างไหมว่าทำไมธนาคารถึงลดจำนวนสาขาลง? ก็เพราะตอนนี้เราทุกคนสามารถทำธุรกรรมทางการเงินผ่านออนไลน์ และแอพพลิเคชั่นในมือถือได้แล้ว โดยที่ไม่ต้องเสียเวลาไปที่สาขาอีกต่อไป

ถ้าธนาคารที่มีสาขาเยอะๆ มีความเสี่ยง ทำนองเดียวกัน อุตสาหกรรมที่มีร้านค้าปลีกจำนวนมากจะได้รับผลกระทบด้วยหรือไม่? แน่นอนสิครับ! ร้านค้าปลีกออฟไลน์ ร้านเสื้อผ้าแฟชั่น ห้างสรรพสินค้า เช่น บิ๊กซี เทสโก้ก็จะเปลี่ยนไปเช่นเดียวกัน

ได้เห็นข่าว Amazon Go ไหมครับ? เป็นร้านค้าปลีกรูปแบบใหม่ที่ไม่ต้องต่อแถวเข้าคิวจ่ายเงินที่จุดบริการแคชเชียร์ แค่เดินเข้ามาหยิบสินค้าที่ต้องการในร้านและเดินออกไปง่ายๆ แค่นี้เลย! ดังนั้นถ้าคุณเป็นแคชเชียร์ และทำงานอยู่ในอุตสาหกรรมค้าปลีก คงรู้แล้วใช่ไหมครับว่าต้องเริ่มมองหางานใหม่ได้แล้ว!

ขั้นตอนที่ 3: ลงทุนในตัวคุณเอง

ถ้าคุณกำลังรอให้บริษัทส่งคุณไปฝึกอบรม หรือมีความหวังว่าบริษัทจะจ้างงานคุณไปตลอดชีวิต มันไม่มีทางเกิดขึ้นอีกต่อไปในยุคดิจิตอล! คุณจำเป็นต้องลงทุนในตัวคุณเองตอนนี้! ถ้าโลกต้องการให้คุณรู้จักหลายภาษาในฐานะพลเมืองโลก (Global Citizen) แต่คุณรู้แค่ภาษาไทยภาษาเดียว มันก็ถึงเวลาแล้วที่ต้องฝึกฝนภาษาที่ 2 ขึ้นมา แม้กระทั่งการพัฒนาตัวเองหลังเลิกงาน คุณก็ควรที่จะทำ! เสียงคิดในสมองเราอาจจะพูดว่า “ฉันต้องการความสมดุลระหว่างการทำงานกับชีวิตส่วนตัว” ซึ่งก็ได้เหมือนกันครับ ถ้าสถานการณ์ทางการเงินของคุณพร้อมสำหรับชีวิตที่ปราศจากการจ้างงานแล้ว แม้แต่ตัวผมเอง ผมยังไม่คิดแบบนั้นเลย …

P3_CEO’S THOUGHTS_20180220_Skillsloved_headhunter

ถ้าไม่รู้จะเริ่มต้นยังไง ในอินเตอร์เน็ทมีแหล่งข้อมูลออนไลน์มากมาย พร้อมให้คุณเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ฟรี! ดังนั้นไม่มีข้อแก้ตัวแล้วครับ! ลองดูเว็บไซต์พวกนี้ดู Khan Academy, LinkedIn Learning, Coursera บางหลักสูตรอาจต้องลงทุนเสียเงินเรียนกันบ้าง แค่งดดื่ม Starbucks ซัก 1 อาทิตย์ คุณเองก็มีเงินลงทุนกับตัวเองแล้ว ยุคดิจิตอลมันไม่ใช่การเรียนในห้องเรียนอีกต่อไป คุณสามารถเลือกดู video tutorial ออฟไลน์ได้ตอนที่คุณสะดวก การนำเสนอข้อมูลแบ่งเป็นหัวข้อย่อยๆ กระชับ ง่ายต่อการเรียนรู้ และเข้าใจ อย่าง SkillLane (หนึ่งในลูกค้าของ SkillSolved) สตาร์ทอัพของคนไทยที่มุ่งเน้นการพัฒนาด้านการทำงานของคน สอนผ่านวิดีโอโดยผู้เชี่ยวชาญหลายสาขา ไม่ต้องเสียเวลาเดินไปเข้าคลาส ดูวิดีโอได้ทุกที่ทุกเวลา

ขั้นตอนที่ 4: ใช้เทคโนโลยีร่วมกันการทำงานของคุณ

ถ้าคุณเป็นแฟนบาสเกตบอล คุณจะรู้ว่า Kevin Durant จาก Oklahoma City Thunders ตัดสินใจเข้าร่วมทีมกับ Golden State Warriors หลังจากแพ้มาหลายครั้ง และพอย้ายมาอยู่ที่ Golden State Warriors ทาง Kevin Durant ก็ช่วยนำทีมคว้ารางวัลแชมป์ NBA ในปี 2017! สิ่งที่ผมหมายถึงคือ ถ้าคุณไม่สามารถเอาชนะเทคโนโลยีได้ ก็ควรเรียนรู้ที่จะทำงานร่วมกับมัน และใช้เทคโนโลยีในงานของคุณให้เกิดประโยชน์สุดสูง ทำความเข้าใจว่าเทคโนโลยีไหนทำอะไรได้ดีและหาวิธีรวมทักษะมนุษย์ที่คุณมีเข้าด้วยกัน เพื่อเสนอบริการหรือสินค้าที่ดียิ่งขึ้นแก่ลูกค้าของคุณ

ตัวอย่าง วงการสรรหาบุคลากร (Recruitment Industry) เป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากเทคโนโลยีเช่นกัน Internal Recruiters หลายบริษัทใช้ช่องทางและเครื่องมือทางออนไลน์เป็นแหล่งในการหาข้อมูล โดยไม่มีความจำเป็นต้องผ่าน Headhunter แต่สำหรับ SkillSolved เราเป็นพาร์ทเนอร์กับ LinkedIn เครือข่าย Professional ออนไลน์แพลตฟอร์มเทคที่ใหญ่ที่สุดในโลก เพื่อรองรับโซลูชั่น Employer Branding นอกจากนี้ SkillSolved ยังพาร์ทเนอร์กับกลุ่มซอฟต์แวร์ต่างๆ เพื่อจัดหาเครื่องมือเทคโนโลยีด้านทรัพยากรบุคคล เช่น การใช้ปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในการ Match ลูกจ้าง และนายจ้าง การวัด engagement ของพนักงานบริษัท การทำแบบประเมินออนไลน์ การวิเคราะห์คุณภาพของพนักงานที่ถูกจ้าง และ Live KPI Dashboard เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าของเราได้ดียิ่งขึ้น

P4_CEO’S THOUGHTS_20180220_Skillsloved_headhunter

อีกหนึ่งตัวอย่างที่ชัดเจน คือ คนขับรถแท็กซี่ที่หันมาใช้แอพ Grab บริการลูกค้า คนขับไม่ต้องเสียเวลาและค่าน้ำมันขับไปเรื่อยๆ ตามทางเผื่อเจอผู้โดยสาร พวกเขายังมีสิทธิ์ได้ค่าตอบแทนพิเศษจาก Grab หากลูกค้าใช้บริการแล้วให้รีวิวดีๆ และคนขับรถ taxi ไม่ปฏิเศษลูกค้าที่จะไปสถานที่ต่างๆ Grab มีนโยบายแบบนี้ก็เพื่อตรวจสอบประสบการณ์การนั่งรถของผู้โดยสาร และทางคนขับรถแท็กซี่ที่ใช้แอพ Grab เป็นก็อยู่รอดได้เพราะเป็นการใช้เทคโนโลนยีให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างชาญฉลาด

ขั้นตอนที่ 5: ริเริ่ม และ ลงมือทำ

วิธีที่ดีที่สุดในการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ คือการลงมือทำ หรือขอหัวหน้าลองทำสิ่งใหม่ๆ เพิ่มความรับผิดชอบให้มากขึ้น อ้าวทำไม?!? คุณมีความคิดว่าคุณไม่ใช่เจ้าของบริษัท แล้วคุณจะทำงานหนักไปเพื่ออะไรหรือเปล่า? หรือกลัวว่าจะไม่มีใครรู้? เชื่อผมเถอะครับว่า ผู้นำที่ดี หรือบริษัทที่ใช่จะมองเห็นและชื่นชมผลงานอันยอดเยี่ยมที่คุณกำลังทำอยู่! หากคุณมีศรัทธาที่แรงกล้าและนายจ้างก็เชื่อในตัวคุณอยู่แล้ว จะมีทางไหนดีกว่าการลองลงมือทำ ถ้าคุณมีความต้องการอยากอัพทักษะจริงๆ อะไรก็รั้งไว้ไม่ได้ครับ มันก็เหมือนการ Trial And Error แถมคุณยังได้รับค่าจ้างสำหรับการทดลองและการเรียนรู้ข้อผิดพลาดไปด้วย พร้อมยังได้รับทักษะใหม่ๆ แค่ขอทำงานอื่นที่ยังไม่เคยทำเพิ่มเติม ดังนั้นทำไปเถอะครับ! คุณจะพร้อมและปรับตัวให้เข้ากับความท้าทายในอนาคตได้มากกว่าคนอื่น บางทีแม้แต่ Terminator ก็ไม่ใช่คู่ปรับในการแข่งขันของคุณ! ลองทำตาม 5 ขั้นตอนเหล่านี้ ผมเชื่อว่าคุณจะเอาชนะหุ่นยนต์ได้อย่างแน่นอน!

Facebook Comments

Related Posts