THE PEP TALK: ตลาด ‘อนิเมชั่น’ ไทย กับผู้สร้าง ‘ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์’ – ชัยพร พานิชรุทติวงศ์

มองว่าอาชีพ Animator กำลังเป็นที่ต้องการไหมหรือว่าจะไปในทิศทางไหนครับ?

Animation เป็นที่ต้องการเยอะขึ้นครับ แต่จะกระจายอุตสาหกรรมหลากหลายมากขึ้น ตลาด Animation ไทยไม่ต่อเนื่อง ผู้สนับสนุนหรือการตลาดเรายังสู้ทางอเมริกาหรือยุโรปไม่ได้ นานๆ เราถึงจะมีคนที่เรียนแต่ Animation มาอย่างเดียว แต่การรู้เรื่อง Animation สามารถประยุกต์ใช้กับสิ่งอื่นได้เยอะ ไปทางเกมบ้าง Digital Online เป็นคลิปวีดีโอบ้าง แบบนี้จะใช้เวลาน้อยลงมาหน่อย ถ้าเป็นภาพยนตร์ Animation ลงทุนเยอะและใช้เวลานาน นายทุนที่ลงทุนก็จะกังวลเรื่องเวลา พอใช้เวลานานก็ทำให้จ่ายเงินเดือนพนักงานเยอะ การลงทุนอาจจะไม่คุ้มค่ามาก โอกาสเสี่ยงก็มี แต่ข้อดีของ Animation ก็คือมันไม่มีเชื้อชาติ มันไม่มีสีผิวเหลือง ขาว ดำ ถ้าเกิดเราทำเนื้อเรื่องที่ดี แล้วการตลาดดี ฝรั่งก็ยอมรับง่ายขึ้นมากกว่าเราส่งภาพยนตร์ที่เป็นคนไป

ทิศทางของอนิเมชั่นสายเลือดไทย ในมุมมองของคุณชัยพร พานิชรุทติวงศ์ ผู้กำกับ 'ครุฑ'
คุณชัยพร พานิชรุทติวงศ์
อาจารย์หัวหน้าหลักสูตรปริญญาโท คณะดิจิทัลอาร์ต มหาวิทยาลัยรังสิต
และผู้อำนวยการศูนย์อาร์เอสยู แอนิเมชั่น (RSU Animation)

 

เราต้องทำยังไงให้ถ้าอยากก้าวเป็น Top Creative Professional?

ผมสอนเด็กเสมอให้ทำเรื่องยากๆ เข้าไว้ ถ้ามันง่ายทุกอื่นเขาก็ทำกันไปหมดแล้ว การเป็น Creative Animation ที่เก่งจะต้องรู้รากเหง้าขั้นตอนทุกอย่างในการทำ ต้องรู้เครื่องมือ เราอยู่ในวงการนี้ต้องรู้โครงสร้างว่าจะทำให้ Model เคลื่อนไหวยังไง การ Rigging คืออะไร ทุกอย่างเราต้องเรียนรู้ รู้ถึง Function การคิดบทภาพยนตร์ว่า องค์ 1 องค์ 2 องค์ 3 คืออะไร ต้องเห็นภาพ Storyboard ต้องเห็นมุมกล้องเห็น Layout ของ Animation ว่าเราจะวางมุมกล้องยังไง มีความหมายยังไง อันนี้มันยากมากเพราะว่าช่วงกล้องต้องวางกล้องตามที่เรากำหนด เขาไม่ได้เป็นนักแสดงแต่เขาต้อง Animate ให้เหมือนที่เราคิด เพราะฉะนั้นเราจึงต้องรู้ Function ทุกอย่างที่เรากำกับก่อน ถึงจะไปสั่งเขาได้ ทุกคนมี Ego หมด ทุกคนที่มาทำเขาจะเก่งในทางนั้น เราจะต้องรู้เท่ากับเขาหรือมากกว่าเขา เราถึงจะ Control เขาได้ เพราะว่า Animation หนึ่งเรื่องใช้คนเป็นร้อยทำ

การเป็น Director ที่ดี น่าจะต้องมีเรื่องของ Storytelling เข้ามาเกี่ยว ถ้าเราจะเพิ่มทักษะ Storytelling จะต้องทำยังไงครับ?

หน้าที่ของการเล่าเรื่องเป็นของคนเขียนบท แต่เราเป็น Director ก็ต้องดูด้วยเช่นกัน บางอย่างพอบทภาพยนตร์มา ผมก็ค้านว่าผมไม่รู้สึกอย่างงี้ ต้องอธิบายให้ผมฟังไม่งั้นผม Animate ไม่ได้ หรือผมกำกับ Animation ไม่ได้ อย่างยักษ์ ตอนหนุมานสู้กับทศกัณฐ์ที่มันเป็นหุ่นยนต์กับหุ่นยนต์ ผมก็คุยกับคนเขียนบทว่าผมไม่รู้สึกเจ็บเลย มีช่วงหนึ่งที่หนุมานต้องโดนหินทับแล้วล้อฉีกเป็นน้ำมันเครื่อง ผมเลยไปขอเขาเพิ่มในช่วงนั้น ผมรู้สึกถ้ามันมีขาขาด ล้อฉีก มันจะรู้สึกว่าหุ่นยนต์มันมีความรู้สึก แต่ในบทมันไม่มีความรู้สึก ผมก็กำกับไม่ได้ เราจะเป็นคนตรวจสอบคนเขียนบทอีกรอบหนึ่ง เรารู้สึกมันเป็นงานอาร์ทครับ

เวลาเราไปคุยกับคนเขียนบท เราต้องอธิบายให้เขาฟังด้วยว่าเราเห็นด้วยไม่เห็นด้วยยังไง อันนี้ควรจะแก้ยังไง พวกนี้มันเป็นการสั่งสมจากการดูหนังเยอะๆ ไม่จำเป็นต้อง Animation เราดูทุกอย่าง เราอ่านหนังสือ ประวัติศาสตร์ผมก็อ่าน เล่นหุ้นก็ดูหนังสือหุ้น มันเป็นประสบการณ์รอบๆ ตัวเรา คุยกับคนเยอะๆ เวลาเราคุยบทภาพยนตร์ มันต้องเป็นระบบ ประสบการณ์ที่เก็บมาเรื่อยๆ จนวันหนึ่งมันจะบ่มออกมาเอง มันเก็บอยู่ในตัวเรา

สำหรับคนที่สนใจจะเข้ามาในวงการ Animation มันมีอาชีพอะไรที่เกี่ยวข้องบ้างครับ?

สัมภาษณ์คุณชัยพร พานิชรุทติวงศ์ ผู้สร้าง ‘ครุฑ มหายุทธ หิมพานต์’

มีอาชีพเยอะมากเลยครับ Animation เป็นศาสตร์ที่ต้องใช้ทุกอย่างเลย Drawing, Digital Printing, การเคลื่อนไหว Function, การขึ้นโมเดล เกือบทุกศาสตร์ในทางศิลปะได้ ประกอบอาชีพได้หลากหลาย จะเขียนนิทานเด็กก็ต้องมีภาพประกอบ ก็ใช้ศาสตร์ทาง Animation คือการให้สี การวาด การเล่าเรื่อง การแสดง Gallery ที่เป็น Cartoon Art ก็ใช้ศาสตร์ Animation เปลี่ยนวัสดุมาเป็นพวก Frame เปลี่ยนจากอุปกรณ์คอมพิวเตอร์มาเป็นสีน้ำมัน สีอคีลิกได้ เราจะไปทำ Sticker Line ที่เป็นภาพนิ่งหรือเคลื่อนไหวก็ทำได้ หรือจะเอาไปเคลื่อนใน YouTube เอาไปทำเกมภาพนิ่งหรือเคลื่อนไหวก็ทำได้ พอเราเรียนศาสตร์ทั้งหมดของ Animation ก็ทำทุกอย่างที่เกี่ยวกับ Digital Art ได้เลย Function พวกนี้มันอยู่ในตัวเราแล้ว มันเปลี่ยนแค่เครื่องมือ จริงๆ เราสามารถทำรายได้ตลอดเวลาที่เราตื่น ตอนนี้คือเช้าถึงเย็นผมสามารถจะทำรายได้ได้เรื่อยๆ จนถึงนอน

คนรุ่นใหม่ที่วันหนึ่งเขาอยากเป็นผู้กำกับหนัง Animation เขาต้องเริ่มยังไงดีครับ?

เริ่มจากใจรักครับ ต้องใจรักมากด้วย การเป็น Director Animation แนะนำว่าควรจะรู้ Function ทุกอย่างของ Animation ตั้งแต่ Pre-Production – Post-Production พอเรารู้เสร็จ เราไปคุยกับเขา ไปบอกกับเขาในทุกส่วนได้หมด เขาก็จะเชื่อมั่นเรา เพราะฉะนั้นการสั่งสม การอ่าน การฝึกฝนเราต้องทำให้เยอะๆ แต่ถ้าเกิดทำเยอะแล้วใจเราไม่รัก มันจะทรมาน เหมือนเรารักแฟนเรา คือรักแล้วมันก็ไม่ยาก มันก็มุ่งมั่นที่จะทำไป ถ้าไม่รักแล้วฝืนไปเรื่อยๆ วันนี้จะมาทำงานก็ทรมานมากเลย เหมือนจะตกนรก ผมว่าไปทำอย่างอื่นดีกว่า

หลายคนถอดใจเวลาให้ทำ Animation เพราะต้องใช้ความอดทนมาก จริงแค่ไหนครับ?

Animation เป็นส่วนที่ยากมากในงานอาร์ท เพราะประกอบด้วยวิทยาศาสตร์แล้วก็ Function หลายอย่าง เรื่องครุฑเต็มไปด้วยลายไทย ทุกอย่างเราต้องวาดแล้วก็ศึกษาจริงๆ ต้องดัดโมเดลให้เป็น Figure ของพญาครุฑที่ยืน ต้องศึกษาว่า Anatomy เป็นยังไง มันลำบากมากครับ ทุกคนที่มาเห็นผมตอนนี้คือ เห็นตอนอาบน้ำเสร็จแล้ว แต่ระหว่างทางมันทรมาน ต้องฝึกเยอะ หลังจากนั้นก็จะค่อยๆ ออกมาเอง เหมือนมีระบบเก็บไว้ แม้แต่ลายไทย Figure Anatomy เราต้องดูกระดูกหรือกล้ามเนื้อพวกนี้ว่ามันเป็นยังไง

Animation ครุฑผ่านกระบวนการสร้างอะไรมาบ้างจนสำเร็จออกมาครับ?

กระบวนการสร้างภาพยนตร์อนิเมชั่น 'ครุฑ'

3 ขั้นตอน มี Pre-Production , Production, Post-Production ครับ ส่วน Pre-Production คือจะต้องเขียนบท (โดยพี่วิสิฐ ศาสนเที่ยง) ระหว่างที่เขียนบท ผมก็จะเขียน Character Designs ออกมา ว่าเราเห็นครุฑเห็นพญานาคเป็นยังไงแล้วมาประกอบกัน หลังจากนั้นเราก็จะเอาบทมาตีความเป็น Storyboard พอเสร็จเราก็เอา Storyboard ไปให้นักพากย์ (ให้เสียงพากย์โดย ณเดชน์ คูกิมิยะ พากย์เสร็จเราเอา Storyboard นั้นมาเคลื่อนไหว เรียกว่า “Animatic” จะมีขั้นตอน Animatic แบบ 2D คือเอา Storyboard มาตัดเคลื่อนไหวตามเสียงนักพากย์เพื่อดูว่ามันสนุกไหม ขณะเดียวกันเราก็สร้าง 3D model เหมือนเราหานักแสดงนี่แหละ ต่อจากนั้นสร้างฉาก 3D เริ่มเข้าขั้น Production เราก็จะเริ่มเอา 3D มาเคลื่อนไหวตามฉาก แล้วใส่ Special Effect ลงไปพอเรา Render ภาพในส่วนของ Production ก็จะเข้าสู่ช่วง Composition ทั้งหมด แล้วหลังจากนั้นก็เอาไปทำเสียงพากย์กับ Color Collection ในขั้นตอน Post-Production มีหลายขั้นตอน (ใช้เวลา 4 ปี ซึ่งถือว่าน้อยแล้ว) สมัยที่ทำยักษ์ใช้เวลา 5 ปีขึ้นไป เดี๋ยวนี้เทคโนโลยีสูงขึ้น พอเรามาถึงเรื่องครุฑ เราแหกกฏทำทุกอย่างที่เป็นข้อห้ามใน 3D เช่น ทำขน ทำน้ำ ทำฝน ทำไฟ ห้ามแต่เราก็ทำหมด ผมเลยคิดว่าขั้นตอนใน 4 ปีนี้ ได้ผลงานมาขนาดนี้พอใจมากแล้วครับ

ถ้าให้พูดถึง Character ของ Headhunter ในมุม Animation คุณเอ็กซ์มองว่าจะมีหน้าตายังไงครับ?

ผมเห็นในตอนนี้เลยครับ เหมือนสัตว์ประเภทหนึ่ง ไปล่าสิ่งล้ำค่ามาให้อีกอันหนึ่ง แล้วก็เอาไปวางหน้าถ้ำ แล้วก็ให้เจ้าของถ้ำลากเข้าไป โดยที่ทิ้งค่าตอบแทนไว้

Inspiration หรือคนที่คุณเอ็กซ์นับถือคือใครครับ?

พี่จิก ประภาสครับ พี่จิกเป็นคนที่ผมทำงานด้วยแล้วแกฉลาด เรียนรู้เร็ว ผมก็ได้มาจากแกเยอะ เป็นคนที่ยืดหยุ่น ผมได้จากแกเยอะมากเลยเพราะว่าการทำ การคิด และการสรุป หรือการเรียนรู้ (พยักหน้ารัวๆ)

ก่อนมาทำหนังเรื่อง ครุฑ”  Background ของคุณเอ็กซ์ทำอะไรมาก่อนครับ?

ผมจบปริญญาตรี มัณฑนศิลป์ ศิลปากร จากนั้นไปเป็น Art Director ที่ Amarin Printing สมัยแรกๆ เลย ตั้งแต่ Photoshop ยัง Undo ได้ไม่กี่ครั้ง มีอยู่วันหนึ่งผมดูหนังเรื่องหนึ่ง (เรื่องอะไรจำไม่ได้แล้ว) แต่มี Teaser ก่อนเข้าหนังเป็น Lion King’s ในยุคของผมตอนนั้น Lion King’s มันเกินจินตนาการไปมาก เป็นอะไรที่ตกใจมาก Animation 2 มิติ ทำได้ขนาดนั้นเลย ผมตื่นเต้นมากหลังจากดู Teaser เสร็จน้ำตาไหลเลย วันรุ่งขึ้นผมเลยไปลาออก กำลังจะได้เลื่อนตำแหน่งละก็ไปลาออก ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนเด็กๆ เราอยากเจอ Director Lion King’s มากครับ เลยตัดสินใจไปเรียนเลย

ตอนนั้นครอบครัวพอมีฐานะที่จะส่งไปได้ เลยไปเรียนภาษาที่ San Francisco และ New York ขณะที่เรียนอยู่ ผมส่ง Portfolio ไปและได้ทุนที่ University of Oregon เรียนปริญญาโทฟรี ช่วงนั้น … ไม่รู้ว่าโชคดีหรือเปล่านะ ประเทศไทยเกิด Crisis ขึ้นมา มีข้อยกเว้นให้ประเทศไทย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย สามารถทำงานชั่วโมงเท่ากับคนอเมริกัน ผมก็เลยได้ทำเต็มที่ครับ ในเวลานั้นเอง บริษัทชื่อ Zeera (Oregon) มีการคัดเลือกนักศึกษาเข้าไปทำงาน (ทั้งมหาลัยเอา 2 คน) ผมได้รับการคัดเลือกเป็น 3D Animator กับ Character Designer ของ Zeera ช่วงเช้าเรียน กลางวันออกแบบเกม 3D กลางคืนต้องเป็น PA เพื่อรับใช้ทุน ซึ่งตอนนั้นผมได้เป็น Animator ของโครงการ ECC เป็น Animation เกี่ยวกับการศึกษาของประเทศญี่ปุ่นร่วมกับมหาลัย Oregon หลังจากนั้นเลยได้งานที่เป็น Full Animation ทั้งหมดเช้าถึงเย็น ช่วงทำ Thesis ปริญญาโท ผมก็ลองส่ง Project Animation ไปประกวด Siggraph กลายเป็นคนไทยคนแรกที่ได้รางวัล Siggraph ที่ 1 ของโลกในประเภทมหาลัย

พอจบโทผมตัดสินใจไปหางานที่ New York สุดท้ายไปทำเป็น Director Animation อยู่ที่ Manhattan แล้วหลังจากนั้นก็กลับมาประเทศไทย มาสอนปริญญาตรีและโทที่มัณฑนศิลป์ ศิลปากร ขณะที่สอนอยู่ศิลปากร มีบริษัท วิธิตา แอนิเมชั่น กำลังจะเปิด Animation ผมก็เลยไปช่วยเขาเปิด (ที่ทำปังปอง) ยุคแรกๆ ตอนนั้นยังไม่มีภาควิชา Animation ผมก็เลยเลือกคนที่จบ สังคมศาสตร์ ธรรมศาสตร์, บริหาร ABAC, นิเทศ ม.กรุงเทพ เอาคนที่รัก Animation จริงๆ มา ผมเลยคิดว่า Animation มันเรียนรู้ได้ ผมก็เลยรับ แล้วผมเป็นคน Train Animation ให้

ทำปังปอนได้ 4 ปี Workpoint เปิดบริษัทเข้าตลาดหุ้น ก็เลยชวนผมไปร่วมเป็นผู้บริหารในเครือบริษัทแรกชื่อว่า บ้านอิทธิฤทธิ์ ผมเป็น Co-Director กับพี่ จิก ประภาส (เรื่องยักษ์) ขณะที่ทำด้วยกันผมก็เปิดหลักสูตรปริญญาโท Digital Art ที่รังสิตด้วย ตอนนั้นเป็นอาจารย์มา 10 กว่าปี ทำ Workpoint มา 10 กว่าปี ตอนเช้าทำ Workpoint กลางคืนสอนปริญญาโทควบกันมาตลอด พอทำยักษ์เสร็จผมรู้สึกว่า อยากมาสอนอย่างเดียว ก็เลยออกจาก Workpoint มาเป็น ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาโทอยู่ที่รังสิต

ทาง ดร.อาทิตย์ ก็อยากให้ทำ Animation เป็นโครงการอโยธยา ผมก็รู้สึกว่ามันน่าสนใจมาก ก็มีทีมจากยักษ์ และนักศึกษามาช่วยทำด้วย ผมสร้างเรื่องขึ้นมาแล้วเอาไปคุยกับคนเขียนบท คือพี่ วิสิฐ ศาสนเที่ยง แกเลยแนะนำว่าควรมีป่าหิมพานต์ด้วย เพราะเด็กไม่เคยเห็นป่าหิมพานต์ เราเห็นพญานาคข้างกล่องไม้ขีดไฟก็จับมันมาเคลื่อนไหวด้วย พยายามจับประวัติศาสตร์ตำนานอโยธยามาบวกกับป่าหิมพานต์ ซึ่งมันก็น่าสนใจว่า อโยธยากับป่าหิมพานต์เกี่ยวข้องกันยังไง หลังจากนั้นผมก็เอาไปเสนอกับ ดร.อาทิตย์ กับทีมคณะผู้บริหารรังสิต หลังจากนั้นท่านก็อนุมัติให้ทำ Animation โดยใช้มืออาชีพเป็นคนนำนักศึกษา เลยสร้างเป็นชื่อ “ครุฑ มหายุทธ์ หิมพานต์” ขึ้น เลยมานั่นตรงนี้ครับ

ตอนนั้นที่ตัดสินใจ เราเห็นไหมครับว่าในอนาคตพอเราไปเส้นทางนี้แล้ว เราจะมาถึงทุกวันนี้ ?

ตอนนั้นไม่เห็น Direction อย่างเดียวที่ผมคิดและสอนนักศึกษาก็คือ เราต้องมีใจรักจริงๆ คือต้องมีใจรักมาก่อน แล้วตั้งใจแล้วทำมันออกมาให้ดีที่สุด ตั้งแต่เช้าถึงเย็นผมตั้งใจมากในการทำ Animation ตอนประกวดหรือจากหลังที่ประกวด Siggraph ผมก็ได้ Animation โลกอีก 3 รางวัล

ตอนนั้นลำบาก ประเทศไทยไม่มี Animation เวลาเราเขียนภาพประกอบ 2D หรือ Animation เราใช้ ไปรษณียบัตรแข็งๆ แต่ถ้าใจเรามันรักมันก็ไม่เหมือนทำงาน ผมก็เลยมุ่งมั่น ปัจจุบันผมทำงานเกี่ยวกับ Animation มาร่วม 20 กว่าปีแล้ว ทุกวันนี้ผมตื่นมาผมก็นั่งทำ Animation เขียนภาพประกอบ เขียน Frame อะไรแบบนี้ ทุกอย่างประกอบด้วยงานอาร์ททั้งหมด เรามีความสุขในการทำ ผมคิดว่าถ้าใจรักแล้วเราตั้งใจจริง ผลตอบแทนก็จะตามมา ซึ่งมันก็เป็นจริง คือ ทุกอย่างที่ผมทำ ผมได้ค่าตอบแทนที่มันสมน้ำสมเนื่อกับสิ่งที่เราทำแล้วเราไม่รู้สึกว่าทำงาน

 

Facebook Comments

Related Posts