• เกิดอะไรขึ้นกับสมองคนที่ทำงาน MULTI-TASKING

    articles | By Emily Leam

    Multi-Tasking คือ การทำงานหลายๆ อย่างพร้อมกัน (เช็คเมลล์ คุยโทรศัพท์ พิมพ์ไลน์) ส่วน Multi-Tasking Employee คือการที่พนักงาน 1 คน สามารถทำงานได้มากกว่า 1 ทักษะในเวลาเดียวกัน พบเจอได้ในหลายสายงาน (เช่น สาย Digital Marketing ตามเทรนด์ วางแผน วิเคราะห์ ออกแบบ) เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่หลายองค์กรมองหาในตัว Candidate เพราะทำให้องค์กรลดต้นทุนในการจ้างพนักงานเพิ่ม และเชื่อว่ามัลติ ทาสกิ้ง เป็นคุณสมบัติที่ดี ยิ่งยุคนี้เทคโนโลยีเข้ามาช่วย อะไรๆ ก็ง่ายขึ้น คิดผิวเผินเหมือนทำให้พนักงานทำงานได้มากขึ้นในเวลาเท่าเดิม แต่ ผลวิจัย กลับชี้ว่า มันทำให้ช้าลง หนำซ้ำอาจเป็นอุปสรรคในการทำงานซะอีก

    เกิดอะไรขึ้นกับสมองของคนที่ทำงานเชิง มัลติ ทาสกิ้ง
    คิดเร็ว ประมวลเร็ว ทนได้กับสภาวะซับซ้อนหนักๆ สมองจะเหนื่อยล้ามากกว่าคนปกติ เพราะต้องคิดหลายชั้น สมองกลีบหน้าจะมีความต้องการให้เลือดไหลเวียนมากขึ้น คนที่ใช้สมองทำงานหลายอย่างในเวลาเดียวกันจะรู้สึกอ่อนเพลียง่ายเป็นพิเศษ เหมือนเวลาเราออกกำลังกายแหละ เวลาที่ออกกำลังหนักๆ กล้ามเนื้อก็อ่อนล้า

    นักวิจัยพบด้วยว่า มัลติ ทาสกิ้ง ทำให้ระดับ IQ ลดลงได้ถึง 15 จุดหรือเทียบเท่ากับการสูบกัญชา หรือการอดนอนมาทั้งคืน เพราะสมองของคนเราทำงานได้ดีกว่าหากมีสมาธิจดจ่ออยู่กับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง มัลติ ทาร์กกิ้ง มีผลต่อความหนาแน่นของเซลล์ประสาทในสมองส่วนที่ควบคุมการหยั่งรู้เข้าใจความรู้สึก และการควบคุมอารมณ์ของตนเองด้วย

    ใครเป็น MULTI-TASKING EMPLOYEE ตัวจริง?
    คนที่ทำงานมัลติ ทาสกิ้ง ได้ดีจริงๆ ไม่ได้หากันได้ง่ายๆ และความสามารถเชิงนี้ก็ไม่ได้เหมาะกับทุกอาชีพ คนที่ทำได้ดีจริงๆ เกิดจากนิสัยพื้นฐาน การถูกฝึกและปรับสมองให้สามารถรองรับการทำงานแบบนี้ ลักษณะที่ชัดเจน คือมีความ Independent สูงปรี๊ด จัดสรรลำดับงานเก่ง เรียงความสำคัญเป็นคือหัวใจหลัก และรู้จักตัวเอง เข้าใจว่าตัวเองทำงานได้ดีในสภาวะแบบไหน เงียบๆ เปิดเพลงคลอ หรือต้องหาข้อมูลที่ไหนที่ทำให้งานไปถึงฝั่ง ซึ่งเรามักเจอในคนรุ่นใหม่วัย Gen Y

    ข้อดี – ข้อเสีย
    คุณจะกลายเป็นคนที่สตรองในการจดจ่อหลายสิ่งพร้อมกัน แล้วสามารถแยกออกมาได้อย่างถูกต้อง สกิลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าก็จะเพิ่มขึ้น คุณจะรู้ว่าเป้าหมายต่อไปควรทำอะไร งานก็จะเสร็จตรงเวลา ทำให้หน้าที่การงานเจริญก้าวหน้าแบบก้าวกระโดดได้เลย เคยไหมเวลาทำงานเสร็จแต่ละชิ้น แล้วขีดออกจากลิสต์เป็นความรู้สึกที่ฟินนาเล่ นั่นแหละค่ะ

    โฟกัสหลายสิ่งพร้อมกันอาจทำให้ไม่สามารถใส่ใจได้เต็มที่ในแต่ละขั้นตอน ความเสี่ยงในการเกิดความผิดพลาดย่อมมากขึ้น ยิ่งถ้าในเวลาเร่งรีบ สมองจะยิ่งกังวล จะเสร็จทันไหม จะทำถูกหรือเปล่า ต้องถามตัวเองว่าต้องการเนื้องาน Quantity over Quality หรือเปล่า? คนที่กดดันมากๆ เกิดปัญหาแล้วแก้ไม่ได้คือ พังเอาง่ายๆ ผลคืออะไร? งานเสร็จช้ากว่าเดิม แถมต้องมาแก้เจ้าปัญหาที่ผุดขึ้นมาอีก กลายเป็นมนุษย์บ้างาน

    muti_tasking_brain_2_20170515_skillsolved_headhunter

    สรุป มัลติ ทาสกิ้ง ดีหรือเปล่า?
    ต้องกลับมามองตัวเองว่ามันจำเป็นต่ออาชีพของเราไหม เพราะบางอาชีพก็เหมาะกับการใช้สมาธิสูงมากกว่า (เช่น โปรแกรมเมอร์ การเขียนโค้ดต่างๆ) ขณะเดียวกัน เราเองต้องปรับตัว สภาพแวดล้อม Information Overwhelmingในที่ทำงาน มีข้อจำกัดต่างๆ เรื่องเวลา เรื่อง Manpower น้อย หล่อหลอมให้เราต้องทำงานหลายสิ่งพร้อมกัน หากมันจำเป็นก็ต้องหาทางฝึกฝน ให้งานออกมาอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ไม่ทำให้สมองทำงานหนักเกินไป

    About The Author

    Emily Leam

    Identify what you value in life. Is it achievement, security or purpose ? "Once you’ve taken the time to understand your own priorities and talents, then do your research and have the courage to dive in. Opportunities don't happen, you create them.

    Facebook comments

    More from SkillSolved