• คำพูดที่ทำให้คุณดูไร้ประสบการณ์ ดูอ่อนด๋อยที่ทำงาน (รู้ก่อนได้เปรียบก่อน)

    articles | By Penny

    พูดดีเป็นศรีแก่ตัว รู้จักพลิกแพลงจากลบเป็นบวก สามารถเพิ่มความน่าเชื่อถือให้ตัวเองได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เรื่องของศาสตร์การพูดเป็นเรื่องที่ฝึกหัดกันได้ ‘ปาก’ เปรียบเสมือน ‘ปืน’ และ ‘คำพูด’ ก็เปรียบดัง ‘ลูกปืน’ ดีๆ นี่เอง ให้พึงระลึกไว้ว่าทุกครั้งที่พูดเหมือนกับการยิงปืนล่าสัตว์ ยิงดีคุณก็ได้เนื้อสัตว์อันเลิศรสมาครอบครอง แต่ถ้าเล็งไม่ดี ลูกกระสุนไม่โดนเป้าซ้ำร้ายอาจพลัดไปโดนคนอื่นพลอยเสียความรู้สึกไปกับคำพูดของคุณ คำพูดเหล่านั้นก็อาจทำให้เสียโอกาสดีๆ ไปอย่างน่าเสียดาย คำพูดที่ดีจึงมีความสำคัญอย่างมาก การพูดให้คนประทับใจไม่ยาก แต่คำพูดไหนบางที่ทำให้คุณดูอ่อนประสบการณ์ลงทันที รู้ไว้ใช่ว่านะคะ … เอาไปปรับเปลี่ยน สัมภาษณ์ร้อยที ทางจะได้สว่างร้อยที

    “I DON’T KNOW” ฉันไม่รู้!
    มันเป็นไปไม่ได้ที่เราจะรู้ทุกสิ่งบนโลก เราไม่จำเป็นต้องมีคำตอบให้ทุกคนตลอดเวลา แต่อยากแนะนำให้ใช้วิธีการเดาแบบมีหลักการ คำถามส่วนมากที่ใช้สัมภาษณ์มักเป็นคำถามที่เกี่ยวข้องกับตัวงานของคุณทั้งนั้น การที่ตอบไปเฉยๆ ว่า “ฉันไม่รู้” แล้วแววตาแบบว่างเปล่าสุดๆ จนเรียก Blank Stare อาจทำให้คนฟังคิดว่า คุณดูเหมือนไม่ได้ทำงานสายนี้มาเลยรึเปล่า และมันทำให้คุณดูมีประสบการณ์น้อยนิด คุณอาจเลือกใช้คำว่า “พอดีเลยครับ นี่ก็เป็นคำถามที่ผมกำลังหาคำตอบอยู่เลย” หรือ “เรื่องนี้ผมอาจจะยังมีคำตอบที่ไม่ชัดเจนเพียงพอในตอนนั้น ขอเวลาผมถึงช่วงเย็น ผมจะให้คำตอบทางอีเมลล์ครับ” จะทำให้คนฟังรู้สึกว่า คุณเองก็มีจุดสนใจเดียวกับเขา และพยายามที่จะหาคำตอบไม่ใช่จบอยู่ที่การไม่รู้เพียงอย่างเดียว

    “I HAVE TO ASK MY BOSS” เดี๋ยวขอถามเจ้านายก่อนนะ
    มันว่าจะตำแหน่งเล็กใหญ่ สูงต่ำก็ต้องมีเจ้านาย หรือหัวหน้าอีกที แม้แต่ในระดับ CEO เอง ในบางครั้งก็ยังต้องขอความเห็นชอบจากจากคณะกรรมการอำนวยการ หรือบอร์ดของบริษัท ให้มีอำนาจในการจัดการเรื่องต่างๆ ดังนั้นมันไม่เกี่ยวว่าจะอยู่ตำแหน่งอะไรในบริษัท ไม่ได้แปลว่าคนที่เป็นหัวหน้าจะมีอำนาจไปซะทุกเรื่อง ในสถานการณ์แบบนี้ลองเปลี่ยนจาก “เดี๋ยวขอถามเจ้านายก่อนนะ” มาเป็น “สิ่งที่คุณเสนอมาฟังดูดี ขอเอากลับไปคุยกับคนในทีมสองถึงสามคน ก่อนที่เราจะตัดสินใจต่อไปนะครับ” คู่สนทนาจะรู้สึกถึงความ Thoughful เป็นคนรอบคอบและยอมรับฟังความคิดเห็นจากคนอื่นในทีม มากกว่าการรับรู้ว่าคนไม่ได้เป็นคนที่มีสิทธิ์ในการตัดสินใจเลยแม้เล็กน้อย

    “I’M AVAILABLE AT WHATEVER TIME IS CONVENIENT FOR YOU”
    ฉันพร้อมตลอด เมื่อไหร่ก็ได้ที่คุณสะดวก
    เอาจริงเหรอ? ตอบแบบนี้แสดงให้เห็นวันๆ นึงของคุณมันช่างว่างเปล่า ดูไม่มีอะไรทำซะสิ้นดี หรือถ้าแจ็คพอตไปเจอใครอยากกวนประสาทกลับมา นัดสัมภาษณ์ตอนตีห้างี้ เชื่อว่าคุณคงไม่ยินดีที่จะไปเท่าไหร่ ใช่ไหมคะ? ไม่ต้องบอกให้คนนัดสัมภาษณ์รู้หรอกว่าคุณกำลังว่างงาน และเตรียมพร้อมเสมอสำหรับการเข้าไปสัมถาษณ์ สมมุติว่าบริษัทเรียกตัวไปในวันอังคาร ให้ตอบทำนองว่า “วันอาคาร ไม่ก็วันพฤหัสค่อนข้างสะดวกครับ ผมยินดีที่จะยืดหยุ่นเวลาทำงานให้คุณได้” คนฟังจะรู้สีกว่าคุณยินดีที่จะเข้ามาตามที่เขาเรียกร้อง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังรับผิดชอบตารางเวลางานของคุณได้ดี พร้อมทั้งเป็นคนที่ไม่เข้มงวดจนเกินไป ปรับเปลี่ยนยืดหยุ่นได้ตามสถานการณ์ เรียกว่าเพิ่มดีกรีดูดีได้มากโข พลิกจากหลังมือเป็นหน้ามือ

    P2_phrases_make_you_sound_inexperienced_20171217_skillsolved_headhunter

    “UM’S , AH’S” อืม อ่าส์ เอ่อ …
    นอกจากการพกความมั่นใจไปเต็มกระเป๋า ต้องตอบอะไรให้ดูฉลาดขึ้นด้วย เวลาเจอคำถามที่เราตอบคุณคิดว่าตอบได้แต่ต้องเรียบเรียงคำพูดในหัวก่อน ให้หยุดชั่วคราว กุมมือ มองที่โต๊ะที่แล้วใช้เวลาคิดให้ถี่ถ้วน (วิธีนี้ต้องอาศัยความคิดเร็วและเด็ดขาด) หลีกเลี่ยงคำว่า อืม อ่าส์ เอ่อ … ระหว่างที่คิดอาจจะมี Dead Air เกิดขึ้นสัก 10-20 วินาที ไม่ต้องไปประหม่ากับมัน เมื่อมั่นใจในคำตอบให้รวมสติแล้วบอกคำตอบออกไป แต่ถ้ารู้ตัวเองว่ายังไง๊ยังไง ก็ตอบไม่ได้ให้จบคำถามตามข้อแนะนำที่ 1

    ใครๆ ก็ทำกัน ตอนทำงานที่เก่า ทำงานกันแบบนี้มาก่อน
    โอ้ย ฆ่าตัวตายชัดๆ นะคะคุณ คำพูดคนสัมภาษณ์ไม่ต้องการฟัง คือการให้ข้อมูลที่กว้างเกินไป คุณควรระบุให้ชัดเจนและตอบให้ตรงคำตอบอย่าลืมว่างานแต่ละที่ไม่เหมือนกัน ลักษณะงานที่แตกต่าง วัฒนธรรมในองค์กรก็ต้องไม่เหมือนกันไปด้วย วิธีที่ฉลาดคือการตอบแบบเป็นกลางโดยไม่อิงที่ทำงานเก่า พยายามหาข้อมูลมาก่อนการสัมภาษณ์ว่า Company Culture ของที่นั้นๆ เป็นอย่างไร และนำสิ่งที่เรียนรู้มาประยุกต์ใช้กับที่ทำงานใหม่ได้อย่างไรบ้าง คุณอาจจะได้คะแนนมากขึ้นอีกหน่อย เพราะคนสัมภาษณ์จะดูออกมาคุณทำการบ้านมาก่อน ต้องบอกก่อนว่าบริษัทส่วนมากมองหาคนที่มีลักษณะแตกต่าง มีความคิดใหม่ๆ และสามารถนำความใหม่นั้นเข้ามาทำให้องค์กรโดดเด่นกว่าเดิมได้ ดังนั้น “ใครๆ ก็ทำกัน” คือคำพูดต้องห้าม ที่ไม่ว่าคนสัมภาษณ์จะใจดีแค่ไหนก็ไม่อยากได้ยิน มันแปลว่าคุณไม่มีความคิดที่เฟรช และคุณเองก็คงเหมือนผู้สมัครคนอื่นๆ และโอกาสตกรอบที่สูงมากจริงๆ

    ถ้าโดนเรียกสัมภาษณ์แปลว่าบริษัทสนใจคุณแล้วล่ะค่ะ ดังนั้นในวันสัมภาษณ์ให้เป็นตัวของตัวเองที่สุด ไม่ต้องหาถ้อยคำเลิศหรูตามสคริป First Impression ยังคงเป็นสิ่งที่สำคัญ ควรกล่าวคำทักทายสวัสดีก่อนสัมภาษณ์ และขอบคุณหลังสัมภาษณ์ พร้อมยกมือไหว้แสดงความอ่อนน้อมถ่อมตน นอกจากนี้ก็อยู่ที่ว่า บุคลิก ทัศนคติในการทำงานดีแค่ไหน เคมีตรงกันหรือไม่ ล้วนอยู่ที่การแสดงออกมาทั้งวาจาและท่าทางของคุณค่ะ

    About The Author

    Penny

    You’ve heard the famous saying, “Choose a job you love, and you will never have to work a day in your life.” But what if you have yet to figure out what it is that makes your heart beat faster ? or, an even more common scenario ? I'm here to suggest how to turn what you love doing into a lucrative career path.

    Facebook comments

    More from SkillSolved