INSIGHT-x Powered by SkillSolved

  • บทเรียนความเป็นผู้นำที่ฝังอยู่ในเพลง (LEADERSHIP LESSONS FROM MUSIC)

    articles | By Penny

    หลายปีมาแล้วที่เราได้มีโอกาส สนทนาพูดคุยกับบุคคลที่ทรงพลังหลายท่าน ผู้บริหาร แฟชั่นนิสต้า อาร์ติสต่างๆ จากงานตรงนี้ได้ให้บทเรียนเกี่ยวกับการก้าวเป็นผู้นำดีหลายข้อ นอกจากทักษะและคุณสมบัติควรมี สิ่งหนึ่งที่มองเห็นชัดเจนจากบุคคลเหล่านี้ คือ “เสียงดนตรี” พวกเขาล้วนมีเพลงที่แต่งขึ้นเอง แท้จริงแล้วภาวะผู้นำกับดนตรีสอดคล้องกันในทุกทำนอง การเป็นหัวหน้าอาจไม่ใช่เรื่องยาก แต่เป็นผู้นำดีเป็นเรื่องท้าทายสำหรับทุกคน การทำความเข้าใจศิลปะการบริหารคนที่เก่งเลิศ (Talent Management) ยิ่งเป็นเรื่องที่ยากกว่า บทความนี้ได้รวบรวมเรื่องราวและข้อมูลจากบางท่านที่เราได้ร่วมงานด้วย หวังว่าจะเป็นประโยชน์ต่อคนรุ่นใหม่ที่อยากก้าวเป็นผู้นำที่สตรอง

    ภาวะดนตรีกับผู้นำ
    ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้นำ ประสบการณ์นี้ใครก็เจอ มันคือโมเม้นท์ที่ฟังเพลงแล้วขนลุก อินกับเพลงๆ นั้น ทุกครั้งที่ได้ยิน เพลงนั้นสามารถนำตัวเราย้อนกลับไปในช่วงเวลาหนึ่งได้เสมอ รู้สึกราวกับอยู่กับ “ใครคนหนึ่ง” อีกครั้ง … ผู้นำที่ดีไม่ต่างอะไรกับเพลงดีๆ การที่ผู้นำสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้กับลูกน้อง รู้สึกถึงความภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำอยู่ได้ ทำให้เกิดอิมแพ็คด้านความคิดและความรู้สึก เป็นแรงผลักดันชั้นเลิศที่ทำให้พนักงานอยากทำงานออกมาให้ได้ดีที่สุด

    ผู้นำต้องมีวินัยในตนเองเพื่อเป็นตัวอย่างในการสร้างวินัยให้กับองค์กร ในขณะเดียวกัน ผู้นำก็ต้องเป็นผู้รับใช้ที่ดี เรียนรู้การปฏิบัติต่อผู้อื่น เข้าใจความหลายหลายทางวัฒนธรรมเช่นกัน เหมือนเพลงที่คอยทำหน้าที่บำบัดเรานี่แหละ เราเสพย์เพลงเพราะอยากได้รับการเยียวยา ผู้นำที่ดีก็คือนักร้องและนักแต่งเพลง ที่เขียนเนื้อเพลงสร้างแรงขับเคลื่อน ดึงศักยภาพลูกน้องออกมา ทำให้ลูกน้องมีความรู้สึกร่วม รู้สึกเชื่อมต่อกับทำนองเพลงนั้นๆ ทุกครั้งที่พวกเขามีท้อแท้ เมื่อเขานึกถึงผู้นำคนนี้ พวกเขาจะมีแรงกลับมาฮึดสู้อีกครั้ง กลายเป็นเพลงที่ดังก้องในใจ ไม่ว่าเมื่อไหร่ พวกเขาก็จำความรู้สึกนั้นได้

    เนื้อเพลงคือสารที่ผู้นำส่งต่อให้ลูกน้อง ดังนั้นมันต้องบอกเล่าเรื่องราวที่มีความหมาย และต้องสร้างความประทับใจให้กับผู้ฟัง หากผู้นำไม่ได้ให้ความสำคัญกับการสื่อสาร เพลงๆ คงเป็นแค่เพลงที่เพราะอย่างเดียว แต่ไร้ซึ้งความน่าจดจำ ไม่มีผลกระทบอารมณ์ และไม่ใช่เพลงที่พวกเขาจะนึกถึงไปตลอด

    leadership_lessons_music_2_20170919_skillsolved_headhunter

    เพลงแห่งความเป็นผู้นำ ละเอียดอ่อนแต่ทรงพลัง
    น่าแปลกที่ผู้บริหารหลายคนให้ความสำคัญกับความคิดมากกว่าเรื่องของจิตใจ แต่เราเชือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่เปลี่ยนกันได้นะคะ ผู้บริหารคนหนึ่งที่เราเคยร่วมงานด้วย สอนวิธีแก้สมการปัญหานี้ไว้ อยากให้ลูกน้องสร้างสิ่งดีๆ ให้กับองค์กร ตัวผู้นำเองต้องมองเห็น Employee Core Competencies ของพนักงานก่อน

    พี่ที่รู้จักคนหนึ่ง (เคยเป็นหัวหน้าของเรา) ตอนนี้เป็นผู้ก่อตั้งบริษัท ในทุกๆ การประชุมของบริษัท เขาพูดถึงสิ่งที่บริษัทประสบความสำเร็จโดยรวม และเขาก็กล่าวถึงสิ่งที่พนักงานแต่ละคนได้มีส่วนในความสำเร็จนั้นอย่างไรบ้าง แม้จะส่วนเล็กแค่ไหนเขาก็จะชื่นชม โฟกัสแต่สิ่งดีของพนักงาน มันเป็นเรื่องละเอียดอ่านที่สัมผัสหัวใจได้อย่างมหาศาล การให้ความสนใจกับเรื่องเล็กน้อยมันแปลว่าอะไร? แปลว่าเขาแคร์เรา เพราะถ้าไม่ใส่ใจ ยังไงก็ไม่มีทางรู้

    ยกตัวอย่าง สักเรื่องแล้วกัน
    ขนมขบเคี้ยวในบริษัทที่มีไว้สำหรับพนักงาน คุณคิดว่าจะมีผู้บริหารกี่คนเอาเรื่องนี้มาคิด? พี่คนนี้เขาเอาขนมที่แอดมินซื้อเข้ามาตุนในออฟฟิศประจำเนี่ย ไปถามนักโภชนาการ เพื่อศึกษาว่าขนมพวกนั้นให้ประโยชน์หรือเป็นโทษมากกว่ากัน พี่แกค่อนข้างจริงจัง อยากตรวจสอบให้แน่ใจว่าของกินทั้งหมดให้คุณค่าทางโภชนาการ เราสงสัยมาก พี่เอาเวลาที่ไหนมาคิด วันๆ นึงของผู้บริหารก็เยอะแยะสรรพสิ่ง

    เรา : พี่ทำไปทำไมอ่ะ?
    พี่ : จริง พี่ไม่มีเวลาเยอะ และมันก็เป็นไปยากที่พี่จะเข้าถึงทุกคน แต่นี่เป็นสิ่งหนึ่งที่จะบอกพวกเขาว่า “เราห่วงใยคุณ” ไหนๆ จะกินอยู่แล้ว กินอะไรที่มันดีๆ สิ ทุกครั้งที่คนของพี่จะกินขนมจะได้รู้ว่ามีคนห่วงใย
    เรา : เห้ย จี๊ดว่ะพี่
    พี่ : อืม (กู) คิดมาแล้ว
    เรา : เปล่า มะขามจี๊ดจ๊าดรสหวาน ที่ตั้งอยู่ มีประโยชน์ยังไง?
    พี่ : ลดความเครียด กินของเปรี้ยวจะลดวิตกกังวล พอสมองแล่น ระบบเลือดไหลเวียนไปเลี้ยงที่สมองมากขึ้น เพิ่มออกซิเจนสู่สมอง คิดอะไรก็ออกไง

    คุณมองว่าการเสียเวลากับเรื่องแบบนี้มันไร้สาระหรือเปล่า? สำหรับเรา มันคือการตัดสินใจที่เปี่ยมด้วยสติปัญญา ยอมเสียเวลาหน่อย แต่ผลที่ได้มันระยะยาว ถ้าคนเข้าใจสารนี้ มันส่งผลกระทบต่อคุณค่าทางอารมณ์ คุณจะตระหนักได้ว่าขนาดเรื่องเล็กๆ เขายังให้ความสนใจ ถ้าเรื่องใหญ่กว่านี้เขาจะไม่ปล่อยผ่านไปแน่ๆ

    หล่อหลอมเป็นหนึ่งเดียวกับเพลง
    ในงานคอนเสิร์ต เราจะเห็นนักดนตรีหลายสาขา นักไวโอลิน นักตีกลอง นักร้อง พวกเขามีความชำนาญต่างกัน แต่พวกเขารู้ถึงบทบาทการแสดงของพวกเขา ผู้ชมอาจไม่ได้ยินทุกเสียงที่นักดนตรีเล่น แต่สิ่งที่มองเห็น คือความสามัคคี วงดนตรีเกิดขึ้นไม่ได้ถ้าไม่มีกลุ่มคนมาเล่นรวมกัน เพลงๆ นึงไม่สามารถสมบูรณ์แบบถ้าขาดโน้ตตัวใดตัวหนึ่งไป … สิ่งนี้จำเป็นในองค์กรมาก พนักงานแต่ละคนต้องอยู่ในหน้าเดียวกัน และเข้าใจในหน้าที่ รู้ว่าความสามารถตัวเองช่วยบริษัทได้บ้าง

    เราจะรู้ได้อย่างไรว่าพนักงานทุกคนมีวิสัยทัศน์ตรงกัน?
    ลองถามคนในองค์กรที่มีตำแหน่งสำคัญดูว่า “วิสัยทัศน์ของบริษัทนี้คืออะไร” ถ้าพบว่ามากกว่า 3/4 มีคำตอบไปคนละทิศละทาง นั่นคือสัญญาณอันตรายละค่ะ หรือถ้าบริษัทมีพนักงานสัก 15 คน คำตอบที่ได้มามี 15 คำตอบที่ไม่เหมือนกันเลย คุณพอมองเห็นเส้น 15 เส้นที่ปลายทางไ่ม่ได้มาบรรจบกันไหมคะ? มันดูสะเปะสะปะ ไม่มีความเป็นหนึ่งเดียว เพลงมันจะออกมาเพราะหูได้ยังไง? และในฐานะผู้นำ มันเป็นหน้าที่ ที่ต้องทำให้ทีมมองเห็นและรู้สึกถึงภารกิจไปในทางเดียวกัน

    leadership_lessons_music_3_20170919_skillsolved_headhunter

    วิสัยทัศน์ควรเป็นประโยคๆ สั้นที่ตรงจุด และมองเห็นภาพ ลองคิดถึงเพลง เพลงทั่วไปจะมีความยาวไม่เกิน 3 นาที เนื้อเพลงจะซ้ำไปซ้ำมา แล้วคนก็รับรู้แก่นจริงๆ ฟังซ้ำไปซ้ำมาหลายรอบมันก็เริ่มคุ้นหูจนร้องได้ไปเอง …

    ผู้นำเองต้องหมั่นทำให้ลูกน้องเห็นภาพบ่อยๆ พวกเขาควรรู้ว่าคุณกำลังทำอะไรอยู่ ค่อยๆ ซึมซับทีละนิด บ่อยครั้งเข้าจนสิ่งนั้นกลายเป็นจุดเด่นที่พวกเขานึกถึงเสมอ ในยุคโมเดิร์นที่ผู้นำไม่ควรทำตัวอยู่บนจุดยอดสุดของแผนผังโครงสร้าง การแบ่งปันประสบการณ์ผู้นำ (Sharing Leadership) บ้างบางครั้งคราว พนักงานจะเปลี่ยนแปลงไปในลักษณะที่มีความรู้มากขึ้น ลึกซึ้งในวิสัยทัศน์มากขึ้น ไม่ใช่แค่เพื่อประสิทธิผลสูงสุดต่อตัวองค์กรเท่านั้น การถ่ายทอดประสบการณ์ความสำเร็จของผู้นำต่อพนักงานจะช่วยเพิ่มคุณค่าให้ผู้นำโดดเด่นกว่าผู้นำอื่นๆ อย่างชัดเจน เมื่อทุกคนตระหนักถึงวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ตรงกันโดยธรรมชาติได้ ภารกิจ คิดวิธี วิสัยทัศน์จะกลายเป็นส่วนหนึ่งของคนๆ นั้นโดยปริยาย

    About The Author

    Penny

    You’ve heard the famous saying, “Choose a job you love, and you will never have to work a day in your life.” But what if you have yet to figure out what it is that makes your heart beat faster ? or, an even more common scenario ? I'm here to suggest how to turn what you love doing into a lucrative career path.

    Facebook comments

    More from SkillSolved