INSIGHT-x Powered by SkillSolved

  • 3 แบบทดสอบสัมภาษณ์งาน โคตรคูล!

    articles | By Penny

    อย่างที่เราทราบกันดี การคัดเลือกบุคคลเข้าทำงานในองค์กรมักใช้เวลานานกว่าจะสรุปตกลงปลงใจกันทั้งสองฝ่าย บริษัทใหญ่ๆ ที่มีคนสมัครกันเยอะแยะตาแป๊ะ การกรองคนที่ไม่ถึงเกณฑ์ออกไปก่อนช่วยร่นเวลา และลดงานของ HR ไปได้เยอะ วิธีที่ช่วยประเมิณว่าผู้สมัครคนนี้เหมาะสมจริงๆ หรือไม่คือ การใช้แบบทดสอบเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของการสัมภาษณ์ ที่เราคุ้นๆ กันก็พวกแบบทดสอบความรู้เฉพาะทาง (Test) และแบบวัดทางจิตวิทยา (Psychological Test) ฟังแล้วดูทางก๊ารรรทางการ (ปาดเหงื่อแปป) ความจริงแล้วมันก็ไม่จำเป็นต้องซีเรียสเครียดไปซะทุกครั้งที่ทำข้อสอบ ลองวิธีเทสใหม่ๆ เชิง Creative Hiring Tests ดูบ้างดีไหม? เปลี่ยนวิธีการสัมภาษณ์แบบเดิมๆ ให้คูลขึ้นแบบสร้างสรรค์ดีกว่า

    CREATE YOUR OWN JOB DESCRIPTION
    วิธีนี้เป็นมิติใหม่ของแบบทดสอบ โพสต์แค่ตำแหน่งงาน และ Qualification ทิ้งไว้ ให้ผู้สมัครมาเขียน Job Description เอง เป็นอะไรที่สุ่มเสี่ยงต่อการไม่มีคนสมัครเข้ามาเลยจริงๆ แต่มันสามารถสกรีนคนได้อย่างยอดเยี่ยม!! เวลาคนจะสมัครงาน ผู้สมัครส่วนมากจะมองหาข้อมูลเกี่ยวกับหน้าที่ของตำแหน่งนั้นๆ เมื่อพวกเขาหาไม่เจอก็มักจะล้มเลิกความตั้งใจแล้วหาที่อื่นแทน มากกว่าการโทรเข้ามาถามข้อมูลกับองค์กร แล้วให้กำหนด Job Description เองนี่มันมันวัดอะไร?

    creative_hiring_test_2_20170818_skillsolved_headhunter

    • บริษัทอยากรู้ว่าผู้สมัครมีความสนใจมากแค่ไหน
    • ผู้สมัครตัดสินใจจากสิ่งที่มองเห็นแค่นั้นแล้วด่วนสรุปหรือไม่
    • บริษัทต้องการคนที่กล้า และพร้อมจะรับมือกับสิ่งที่คาดการณ์ไม่ได้ทั้งหมด
    • เพื่อวัดว่าบริษัทกับผู้สมัครมองบทบาทหน้าที่ของตำแหน่งไปในทิศทางเดียวกันหรือเปล่า

    แบบทดสอบนี้เหมาะกับคนที่ต้องมานำทีม ตำแหน่งที่ต้องใช้ทักษะด้านการวางแผนหนักๆ เพราะผู้สมัครที่เขียน Job Description ให้กับตัวเองได้ เป็นคนที่ Resourceful มีความสตรองและชอบความท้าทายสูงมาก พวกเขาไม่กลัวที่เริ่มจาก Blank Slate ถ้าเกิดบริษัทไม่เคยมีตำแหน่งนี้มาก่อนเลย พวกเขารู้ว่าในสถานการณ์แบบนี้ต้องเริ่มจากตรงไหนเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ต้องการ พวกเขาสามารถเริ่มสร้างอะไรบางอย่างได้ด้วยตัวเองจากศูนย์ คิดแบบมีระบบระเบียบ

    วิธีนี้ยังเปิดโอกาสให้บริษัทมองเห็นศักยภาพ และสิ่งที่ผู้สมัครต้องการทำจริงๆ ด้วย (ก็ใครจะเขียนสิ่งที่ตัวเองไม่อยากรับผิดชอบใน Job Description ล่ะ) มากยิ่งไปกว่านั้น คือการรู้ถึงทัศนคติของผู้สมัครว่าคนๆ นี้ไม่ได้ Judge The Book By Its Cover เขาไม่ได้ตัดสินสิ่งใดหรือบุคคลใด แต่เพียงสิ่งที่ได้เห็นภายนอกหรือข้อมูลที่ได้รับไม่ครบครัน แสดงถึงความพยายามเข้าใจ และเปิดใจกับสิ่งที่ยังไ่ม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ซึ่งแตกต่างจากคนทั่วไป ที่มักจะด่วนสรุปจากสิ่งที่ได้เห็นแค่แว๊บแรกเท่านั้น

    PRE-HIRE PROJECT
    ก่อนที่คุณจะเรียกผู้สมัครเข้ามาสัมภาษณ์ คุณอาจตั้งคำถามเป็นโปรเจ็คเล็กๆ ขึ้นมา แล้วให้พวกเขาเตรียมตัวมา ตัวอย่างเช่น ตำแหน่งที่เกี่ยวกับ Strategic-Analytic Person คำถามอาจจะทำนองว่า พวกเขามีกลยุทธ์หรือวิธีการที่จะเข้าถึงตลาดได้อย่างไรบ้างถ้าเกิดได้เข้ามาทำงานที่บริษัทของคุณ ให้ผู้สมัครเสนอแนวทางแล้วมาคุยกันในวันสัมภาษณ์จริง

    Pre-Hire Project นี้ช่วยให้ผู้สมัครมีโอกาสแสดงความเชี่ยวชาญออกมา อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่ดีสำหรับทั้งบริษัทเองและตัวผู้สมัคร ได้พูดคุยเกี่ยวกับกลยุทธ์ต่างๆ เจาะลึกถึงแก่นแท้จริงของตำแหน่งจริงๆ จากบทสนทนาคุณจะประเมิณได้คร่าวๆ ว่าคนนี้มีจุดอ่อน จุดแข็งตรงไหนบ้าง บุคลิกของผู้สมัครจะบ่งบอกว่าเขาเหมาะกับงานนั้น มากน้อยแค่ไหน รวมถึงเข้ากับวัฒนธรรมองค์กรนี้ดีไหม ซึ่งเป็นวิธีที่ไปไกลกว่าการเอาผลลัพธ์จากข้อสอบมาประเมิณว่าเก่งพอหรือเปล่า แต่คุณจะได้เห็นมุมมองในการแก้ปัญหา ลำดับขั้นความคิด ได้รู้วิธีการทำงานแบบฉบับของคนๆ นั้น ไม่แน่ว่าหลังจากได้คุยกันแล้วคุณอาจค้นพบศักยภาพอะไรบางอย่างในตัวเขาที่เหมาะกับตำแหน่งอื่นที่กำลังมองหาอยู่ตอนนั้นก็ได้

    creative_hiring_test_3_20170818_skillsolved_headhunter

    ROLE PLAY
    การจำลองบทบาท ท้าทายสกิลผู้สมัคร !! ลองนึกถึงพี่ลีโอกับบทบาท จอร์แดน เบลฟอร์ต (The Wolf of Wall Street) ดูค่ะ ประโยคคมคายแฝงข้อคิด “ไหนขายปากกาให้ผมหน่อย” ถ้าคุณจะจ้าง Sale Person สักคน แน่ๆ ล่ะคนนั้นต้องมีทักษะในการพูด แต่คุณจะไม่มีทางรู้เทคทิคในการขายของของเขาว่ามันแพรวพราวขั้นไหน จนกว่าจะมีโอกาสได้อยู่ตอนที่เขากำลังขาย อ้าว .. ยังไม่เคยเห็น ก็สร้างมันขึ้นมาซะสิ Role Play จัดไปสักหนึ่งสินค้า

    ตัวอย่าง (ที่เป็นเรื่องจริง)
    เหตุเกิดที่บริษัทๆ หนึ่ง ตอนสัมภาษณ์ CEO อ่านจากประวัติแล้วพบว่า Candidate คนนี้เคยทำงานที่ร้านขายกีต้าร์ CEO บอกให้ผู้สมัครคนนี้ขายกีต้าร์ให้กับลูกสาวให้ดูหน่อย เขาบอกให้ ผู้สมัครยืนขึ้นแล้วทำเหมือนตอนที่ทำงานอยู่ในร้านกีต้าร์นั่นแหละ มีลูกค้าเดินเข้ามา จากนั้นการขายก็เริ่มขึ้น .. ผู้สมัครไม่ได้บรรยายสรรพคุณว่ากีต้าร์ในร้านดีอย่างไรบ้าง แต่ตั้งคำถามกับคนที่แสดงเป็นลูกสาวหลายคำถาม เพื่อหาความต้องการที่ซ่อนอยู่ของลูกค้าให้เจอ จากนั้นเขาก็ตัดสินใจขายเธอด้วยกีต้าร์ที่แพงมาก ทั้งๆ ที่ลูกสาว CEO ยังเล่นไม่เป็นด้วยซ้ำ

    สุดท้ายคนที่แสดงเป็นลูกสาวมีทีท่าอยากได้มากจริงๆ แต่ก็ตัดใจไม่ซื้อ ผู้สมัครไม่ได้ปิดการขาย แต่เขาได้งาน!! ด้วยคำพูดที่ทำให้ลูกสาวรู้สึกว่า กีต้าร์ตัวนี้แหละจะทำให้คืนทุนได้ไว มันแพงแต่มันก็เพิ่มสกิลการเล่นกีต้าร์ของเธอให้เก่งขึ้นเร็วขึ้นมากตัวอื่นๆ นี่คือกุญแจสำคัญของการขาย คือสิ่งที่ CEO เล็งเห็น มันตอบโจทย์ Supply and Demand และสร้างความเร่งด่วน กระตุ้นให้ลูกค้าอยากได้ ถ้าทำได้แบบนี้ก็คือสำเร็จไปขั้นหนึ่งแล้ว

    About The Author

    Penny

    You’ve heard the famous saying, “Choose a job you love, and you will never have to work a day in your life.” But what if you have yet to figure out what it is that makes your heart beat faster ? or, an even more common scenario ? I'm here to suggest how to turn what you love doing into a lucrative career path.

    Facebook comments

    More from SkillSolved