• ฝากเรซูเม่ให้ปลอดภัย ฝากไว้กับเว็บสมัครงาน หรือส่งไปสมัครโดยตรงที่บริษัทดี?

    articles | By Penny

    ปี๊ป ปี๊ปป … เสียงดังมาจากมิเชล Super Computer ของชายหนุ่มร่างเฟิร์ม The Light ชายหนุ่ม Headhunter ผู้หลงไหลในสายงานไอที และการเขียนโค้ดเป็นที่สุด ทุกครั้งที่ปุ่มสีแดงปรากฏขึ้น นั่นแปลว่ามิเชลจับคลื่นความถี่ที่ผิดปกติอะไรบางได้ ครั้งนี้มิเชลรายงานถึงภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะของคนที่กำลังจะฝาก Resume ไว้กับเว็บสมัครงาน แต่พวกเขาก็เปลี่ยนใจ เพราะความเครียดและความวิตกกังวลต่างๆ นานา … ลงประวัติออนไลน์คงไม่ปลอดภัย ใครรีวิวเรซูเม่ แล้วพวกเขาเอาประวัติของผู้สมัครไปทำอะไรต่อ?

    The Light : หืมมม ..ว่าไงมิเชล พูดมาเลย

    The Hunt : ทำไม Candidate ถึงรู้สึกไม่ปลอดภัย?
    เสียงนุ่มลึกแว่วมาจากใบหน้าหล่อเหลาของ The Hunt กระตุ้นให้ The Light ลงมือหาข้อมูลเพิ่ม

    Michael : พวกเขากังวลว่าจะมีใครเอาข้อมูลไปทำอะไรผิดๆ กลัวพวกขายประกัน ขายตรง หรือพวกหลอกลวง โทรมาหลอกให้ไปทำงาน บางคนก็คิดว่าลงไปก็เท่านั้น เคยลงแล้วก็เงียบกริบ ไม่เห็นมีใครโทรเข้าเรียกไปสัมภาษณ์เลย …

    The Light : (มัวแต่จริงจังกับการกิน)

    The Hunt : นายทำอะไรหน่อยสิ Mr. Light

    The Light : เห้ออ …นี่มันยุคไหนแล้ว? พวกเขาจะมีชีวิตที่ดีขึ้นได้ยังไง ถ้ายังอยู่ในโลกแคบๆ กลัวอยู่นั่นแล้วโอกาสจะเข้ามามั้ย ไม่อยากจะเชื่อเลยว่ายังมีคนไม่ Active ใน Linkedin อีกเหรอเนี่ย!!

    The Hunt : พวกเขาอาจจะยังไม่รู้จัก Linkedin ไม่มีใครเกิดมาแล้วรู้ทุกอย่าง .. มันเลยเป็นหน้าที่ของพวกเราไงล่ะ

    ลงประวัติยังไงให้ปลอดภัย?
    บางคนอาจจะรู้สึก Insecure ที่ต้องเปิดเผยประวัติตัวเองกับใครก็ไม่รู้ แล้วยังต้องเจอกับเรื่องน่าหงุดหงิดใจในช่วงแรกของการอัพเดทข้อมูล (บางเว็บไซต์บังคับกรอกข้อมูลเยอะมาก) อยากให้ทำความเข้าใจใหม่ก่อน … โอกาสได้งานดีๆ มีอยู่แน่นอน อย่าปล่อยให้โอกาสหลุดลอยไป เราแค่ต้องลงประวัติด้วยความระมัดระวัง ลงรายละเอียดในส่วนที่สำคัญให้ครบถ้วน เบอร์โทรเป็นอะไรที่สำคัญมาก จำเป็นต้องมี การทิ้งไว้แค่ E-mail ทำให้หลายคนพลาดโอกาสดีๆ มาเยอะแล้ว เพราะอะไร? กว่าจะเขียนอีเมลล์เสร็จ กว่าจะก๊อปอีเมลมาวาง กว่าจะรอการตอบกลับ … Recruiter สกรีนผู้สมัครเป็น 10-20 คนต่อวัน พวกเขาเลือกที่จะโทรคุยเพื่อความรวดเร็วแน่นอน อีกทั้งตอนโทรคุยกันได้ยินเสียง ได้รับรู้การโต้ตอบ ทำให้ประเมินเบื้องต้นว่าเหมาะหรือไม่เหมาะกับ Role นั้นๆ

    สำหรับพวกข้อมูลอะไรที่มันลึกเกินเหตุ เช่น เลขบัตรประชาชน ส่วนสูง น้ำหนัก ครอบครัวมีกี่คน ภาระหนี้สิน อะไรทำนองนี้ก็อย่าไปกรอกมัน ตรวจข้อมูลให้ถูกต้องก่อนจะยืนยันข้อมูล และความจริงแล้ว เว็บสมัครงานต่างๆ มีระดับงานของมันอยู่ ที่ดีๆ อินเตอร์หน่อย กลางๆ ล่างๆ ล้วนเป็นการเลือกจากความสมัครใจของผู้สมัครทั้งนั้น เช่นว่า เราอยากทำงานกับบริษัทต่างชาติจ๋าเลย เราก็ควรเอาประวัติของเราไปลงไว้ในเว็บที่เข้าพวกกับเป้าหมายของเรา ควรทำประวัติให้เป็นภาษาอังกฤษ ก่อนที่เราจะลงมือกดปุ่มปล่อย Online ก็ควรพิจารณาตัวเว็บก่อนด้วย

    ใครคือคนที่รีวิว RESUME ของคุณ
    HR Inhouse หรือฝ่ายบุคคลในแต่ละองค์กร (ไม่ได้มีหน้าที่บริหารทรัพยากรคน หรือหาคนอย่างเดียว แต่ต้องทำให้พนังงานมีประสิทธิภาพสูงสุดด้วย) และเหล่า Recruiter/ Headhunter ที่เป็นเหมือนแมวมอง เฟ้นหาผู้สมัครที่มี Potential เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า (บริษัทต่างๆ) แต่ไม่ว่าจะ HR Inhouse หรือRecruiter/ Headhunter ก็ล้วนเป็นคนที่มีหน้าที่สรรหาคนกันทั้งนั้น ซึ่งปกติแล้วสองคนนี้จะติดต่อสื่อสารกันอย่างใกล้ชิด แต่จะมีคนอีกประเภทที่บางครั้งผู้สมัครอาจจะต้องทำใจยอมรับ คือ การถูกจีบให้ไปขายประกัน หรืองานขายตรงต่างๆ ซึ่งถ้าคิดว่ามันไม่ปลอดภัยที่จะฝาก Online Resume หรือคุณอยากตัดความรำคาญใจตรงนี้จริงๆ ให้ส่งตรงถึงตัวบริษัทเองเลยก็ได้ เขียนเรซูเม่ดีๆ ออกมา ให้อ่านง่าย อะไรที่สำคัญก็เน้นไว้หน่อย พร้อมกัยใบ Cover Letter แนะนำตัวใน E-mail (ดาวน์โหลด Resume Template และคำศัพท์ที่เพิ่มความสตรองให้เรซูเม่)

    hcrew_viewing_resume_2_20171007_skillsolved_headhunter

    อันไหนดีกว่า?
    ฝาก Resume ไว้กับเว็บสมัครงาน หรือ ส่งไปสมัครโดยตรงที่บริษัท
    ส่วนใหญ่แล้ว บริษัทจะใช้บริการเว็บไซต์หางานควบคู่กับเว็บไซต์ของบริษัท ต่างกันตรงที่เว็บไซต์หางานจะมีการประชาสัมพันธ์ได้ดีกว่า นั่นแปลว่า การฝากประวัติไว้กับเว็บไซต์เพิ่มโอกาสให้คุณมากกว่าแน่นอน และเดี๋ยวนี้เว็บไซต์หางานมีระบบ Matching คุณสมบัติของผู้สมัคร เข้ากับคุณสมบัติที่ผู้ประกอบการมองหา ฝากเรซูเม่ครั้งเดียว อาจจะใช้เวลานานหน่อย แต่แลกกับโอกาสที่บริษัทดีๆ อาจจะโทรมา ทำนองเดียวกันบริษัทที่ลงประกาศในเว็บไซต์หางาน พวกเขาก็จะมีระบบ Short List Candidate ขีดเส้นผู้สมัครที่เข้าตาเป็นพิเศษไว้ ดังนั้นถ้าเกิดคุณได้เป็นหนึ่งใน Short List แน่นอนโอกาสถูกเรียกสัมภาษณ์งานย่อมมากกว่า แต่ถ้าจะให้ดีที่สุดผู้สมัครก็ควร Active หลายช่องทางเข้าไว้ ส่งตรงหาบริษัทที่เราอยากทำด้วย และฝากประวัติไว้กับเว็บเผื่อมี Opportunity ใหม่ๆ เข้ามาหา แนะนำอีกทางหนึ่ง คือ Linkedin (Platform ที่เน้น Social Networking เกี่ยวกับเรื่องงานเป็นหลักและ Corporate Recruitment Platform) ที่นี่แหละคือแหล่งที่พวก HR, Headhunter, Job Agency อยู่เยอะ

    hcrew_viewing_resume_3_20171007_skillsolved_headhunter

    เอาประวัติของคุณไปทำอะไรต่อ?
    หลังจากที่ประวัติของคุณถูกส่งเข้ามาผ่านเว็บไซต์ สำหรับบริษัทจัดหางานแล้ว เราก็จะเอาประวัติของคุณเข้ามาแยกตามประเภทงาน ประสบการณ์ทำงาน ทักษะ เพศและอายุ โดยอาศัยโปรแกรมการสรรหาบุคลากรที่มีระบบติดตามผู้สมัครงาน (Applicant Tracking System) เพื่อเก็บไว้เป็นฐานข้อมูลต่อไป คุณอาจจะไม่ได้ถูกติดต่อกลับทันที รอแล้วรออีกก็ยังเงียบเชียบ นั่นอาจเป็นเพราะประวัติของคุณอาจมีจุดที่ขาดตกบกพร่องไป หรือยังไม่มีโอกาสที่เหมาะสมในช่วงนั้น แต่เมื่อไหร่ที่คุณสมบัติของคุณ Match กับความต้องการของลูกค้า (ซึ่งมันก็เกิดขึ้นได้เรื่อยๆ) ทางบริษัทจัดหางานก็จะติดต่อเข้าไปหาคุณเอง

    About The Author

    Penny

    You’ve heard the famous saying, “Choose a job you love, and you will never have to work a day in your life.” But what if you have yet to figure out what it is that makes your heart beat faster ? or, an even more common scenario ? I'm here to suggest how to turn what you love doing into a lucrative career path.

    Facebook comments

    More from SkillSolved