• 5 วิธีทำงานที่บ้านยังไงให้ได้งานเกินเป้าที่ตั้งไว้!

    มาเรียนรู้วิธีเอาชนะคอมฟอร์ตโซนเมื่อต้องทำงานที่บ้าน และทำให้เป้าหมายสำเร็จเกินเป้า!

    articles | By LIN

    ถึงช่วงที่ Work From Home กำลังเป็นสิ่งที่จำเป็น และมีแนวโน้มว่าจะกลายเป็นเทรนด์ใหม่ของการทำงาน เพราะมันก็มีส่วนเพิ่ม Productivity และยิ่งในช่วง Covid-19 แบบนี้มันก็ยังทำให้เราอุ่นใจ รู้สึกปลอดภัยมากขึ้นด้วย

    แต่ก็ยังมีอีกด้าน ที่หลายๆ คนเพิ่งจะเคยทำงานที่บ้าน(อย่างจริงจัง)ครั้งแรก ไม่รู้จะเริ่มตรงไหน เริ่มติดกับดักคอมฟอร์ตโซน เอะอะเดินเข้าห้องครัว สักพักก็โดนเตียงดูด เป็นแบบนี้จะแก้ยังไงดี? 

     

    1) รู้ว่าอะไรคือสิ่งรบกวน

    ยิ่งอยู่บ้านยิ่งไม่มีเส้นแบ่งอะไรชัดเจนระหว่างงานและพื้นที่ส่วนตัว หลายๆ คนก็อาจจะรู้สึกว่ามันไม่ Productive อย่างที่คิด ทางที่ดีกว่าคือสร้างกติกาให้ตัวเอง ระบุออกมาอย่างชัดเจนเลยว่าสิ่งรบกวนเมื่อต้อง Work From Home ของเรามันคืออะไร เพื่อทำให้เราโฟกัสมากขึ้น และลดจุดรบกวนนั้นได้ตั้งแต่แรกเริ่ม

     

    2) ตั้งเป้าหมายให้ชัด

    เพิ่มเปอร์เซ็นต์ความสำเร็จของงานด้วยการเขียน Daily Task และแชร์ให้คนอื่นๆ ในทีมได้รับรู้ เริ่มจากการแยกย่อยภาพรวมของงานให้เป็นสเตปเล็กลง 1, 2, 3 จนเราสามารถที่ไล่เก็บและสร้างความสำเร็จให้เกิดขึ้นในแต่ละวัน

    ตัวอย่างที่บริษัท SkillSolved ของเรา เมื่อลอง Work From Home เราทุกคนมีกติการ่วมกันคือการจัด “5 Priorities” ที่แต่ละคนวางแผน ตั้งเป้าในแต่ละวันว่าเราจะทำอะไรบ้าง เพื่อสร้างแผนที่เป็นรูปเป็นร่าง และช่วยไม่ให้เราหลุดโฟกัสจากเป้าหมายที่วางเอาไว้

    3) หาเครื่องมือกลางที่เหมาะสม 

    ก่อนจะ Work From Home เราต้องหารูปแบบการทำงานที่จะทำให้คนในทีมสามารถจัดการตัวเองได้ดีไปพร้อมๆ กัน เริ่มตั้งแต่การมีโปรแกรมสื่อสารกับทีมอย่างประสิทธิภาพ สามารถจัดมีตติ้งออนไลน์ ตามความคืบหน้าของงาน หรือแลกเปลี่ยนความเห็นกันได้แบบ Real Time ไม่ต่างจากการ Brainstorm ในออฟฟิศ 

     

    Tip: ที่ SkillSolved เรารวบรวมไอเดียของทีมและจัดการให้เป็นระเบียบ โดยเลือกทำบนแอป Miro ซึ่งช่วยให้ทุกคนในทีมสามารถใส่ไอเดียตัวเอง ทำความเข้าใจไอเดียคนอื่น และจัดการไอเดียเหล่านั้นได้ง่ายๆ ถึงแม้ว่าแต่ละคนจะทำงานอยู่ละที่ก็ตาม

    4) ทำงานในปริมาณที่เหมาะที่ควร

    พอทำงานที่บ้าน พื้นที่ของการทำงานก็ดูจะไร้ขอบเขตมากขึ้น เพราะเราไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเดินทาง หรือต้องออกไปรอซื้ออาหารช่วงพักกลางวัน พอมีเวลาทำงานมากกว่าเดิม เส้นแบ่งของงานกับพื้นที่ส่วนตัวเลยจางลงไป 

    รวมทั้งหลายๆ ครั้งเราก็ทำงานเกินลิมิตตัวเอง ตั้งเป้าหมายเยอะเกินควร Daily Goal สำเร็จตามปริมาณที่ลิสต์ไว้ แต่คุณภาพกลับไม่เพิ่มอย่างที่ควร ข้อนี้สำคัญพอๆ กับการ Prioritize งาน นอกจากจะทำให้ Daily Goal สำเร็จแล้ว เราก็ไม่ควรจะมองข้ามคุณภาพของงานด้วย 

     

    5) ปิดคอมและจบวันดีๆ ด้วยรายงาน EOD (End of Day)

    รายงาน End of Day คืออะไร?

    EOD เป็นการเอกสารรายงานที่จะบอกคร่าวๆ ว่าแต่ละวันพนักงานทำอะไรไปบ้าง รวมทั้งไฮไลต์รายละเอียดที่สำคัญ เช่น

        • งานที่ทำเสร็จตามเป้า
        • ความท้าทายในการทำงาน 
        • ปัญหาที่เกิดขึ้น 
        • สถานะของโปรเจกต์
        • งานที่เสร็จแล้ว
        • สเตปถัดไป หรือเป้าหมายของวันพรุ่งนี้


    พอเราทำตามแพลนมาเรียบร้อยจนถึงเวลาเลิกงาน ก็ถึงเวลาของการรีวิว และกลับมา Reflect งานของเรา แทนที่จะดูว่างานวันนั้นสำเร็จ เสร็จตามเป้า หรือแค่ต้องต่ออีกทีในวันถัดไป จะดีกว่ามากถ้าเราลงรายละเอียด เพื่อให้รู้ได้ถูกจุดว่างานนั้นมีปัญหาตรงไหน เพราะอะไรถึงไปไม่ถึงเป้าหมาย 

    ที่ SkillSolved เราใช้ EOD แทร็คงานและปัญหาที่เกิดขึ้นกับงานในแต่ละวัน รวมทั้งอัพเดตให้เพื่อนร่วมงานคนอื่นๆ ได้รู้ด้วย (ถึงอยู่ไกลกันก็ไม่เป็นปัญหา!) ทุกคนสามารถเข้ามาอัพเดต แชร์ไอเดียดีๆ และแก้ปัญหาร่วมได้ จนไม่ว่าจะทำงานที่ไหน Productivity เราก็พุ่งกระฉูดได้ดีไม่ต่างกัน!

     

    FREE DOWNLOAD: End of Day (EOD) Template
    (For both Windows & Mac)

    > Download Here <

     

    About The Author

    LIN

    Facebook comments

    More from SkillSolved